Nintendo ยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐอเมริกาต่อศาลการค้าระหว่างประเทศเมื่อวันที่ 6 มีนาคม เพื่อเรียกคืนเงินภาษีนำเข้าที่บริษัทได้จ่ายไปภายใต้นโยบายภาษีของรัฐบาล Donald Trump โดยบริษัทระบุว่าต้องการรับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยตามคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐ
นโยบายภาษีดังกล่าวเริ่มต้นหลังจาก Donald Trump กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2025 ซึ่งรัฐบาลสหรัฐได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศที่เป็นฐานการผลิตสินค้าเทคโนโลยี รวมถึงจีนและเม็กซิโก โดยในบางช่วงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสูงถึง 145% ส่งผลให้ราคาสินค้าหลายประเภทเพิ่มขึ้นในตลาดสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ Nintendo ต้องปรับขึ้นราคาคอนโทรลเลอร์และอุปกรณ์เสริมของ Switch 2 จากผลกระทบของภาษีนำเข้า แม้ว่าตัวเครื่อง Nintendo Switch 2 จะยังคงราคาวางจำหน่ายที่ 449 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 16,200 บาท) ตามราคาที่ประกาศในช่วงเปิดตัว
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ศาลสูงสหรัฐมีคำตัดสินด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 ให้ยกเลิกภาษีนำเข้าหลายรายการที่ออกตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act ปี 1977 หลังจากคำตัดสินดังกล่าว Nintendo จึงยื่นฟ้องเพื่อขอรับเงินภาษีที่จ่ายไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025 คืนจากรัฐบาล
ในเอกสารฟ้องร้อง Nintendo ระบุว่าบริษัทได้รับผลกระทบทางการเงินจากภาษีดังกล่าว และหากไม่ได้รับเงินคืนจะสร้างความเสียหายต่อธุรกิจ โดยบริษัทต้องการให้รัฐบาลคืนเงินภาษีพร้อมดอกเบี้ย แม้ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนเงินที่เรียกร้องคืนอย่างเป็นทางการ
รายงานยังระบุว่ามีบริษัททั่วโลกมากกว่า 1,000 แห่งที่ยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐในลักษณะเดียวกัน รวมถึงบริษัทขนาดใหญ่หลายรายที่ต้องการเรียกคืนภาษีนำเข้าที่จ่ายไปตั้งแต่ปี 2025 ขณะที่หน่วยงานศุลกากรสหรัฐระบุว่าระบบคืนเงินภาษีอาจเริ่มดำเนินการได้ภายใน 45 วัน
ขณะเดียวกัน Nintendo ยังต้องจับตาสถานการณ์ต้นทุนฮาร์ดแวร์ในตลาดโลก โดยเฉพาะวิกฤตราคา DRAM ที่ทำให้ราคาหน่วยความจำและ SSD ปรับตัวสูงขึ้น แม้บริษัทจะระบุว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อราคาของ Nintendo Switch 2 ในขณะนี้ก็ตาม
แหล่งที่มา : Gamerant








