Microsoft เปิดเกมรุก AI เต็มกำลัง เปิดตัวโมเดล MAI ท้าชน Google และ OpenAI
Microsoft เดินหมากครั้งใหญ่ในตลาด AI ด้วยการเปิดตัวโมเดล AI ที่พัฒนาด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก หลังจากถูกจำกัดโดยสัญญากับ OpenAI มาตั้งแต่ปี 2019 การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงเป็นสัญญาณว่าบริษัทพร้อมแข่งขันกับ Google และ OpenAI โดยตรง แต่ยังสะท้อนว่ากลยุทธ์ AI ของ Microsoft กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ()
โมเดลใหม่ทั้งหมดอยู่ภายใต้ชื่อ MAI และเปิดให้ใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม Microsoft Foundry และ MAI Playground โดยแบ่งออกเป็น 3 โมเดลหลักที่ครอบคลุมงานเสียง ข้อความ และภาพ
3 โมเดลใหม่ของ Microsoft MAI
1) MAI-Transcribe-1 — แปลงเสียงเป็นข้อความเร็วกว่าเดิม 2.5 เท่า
รองรับ 25 ภาษา และเร็วกว่า Azure Fast เดิมถึง 2.5 เท่า น่าสนใจคือโมเดลนี้ถูกสร้างโดยทีมเพียง 10 คน แต่ให้ประสิทธิภาพระดับชั้นนำ
2) MAI-Voice-1 — สร้างเสียงสมจริงในไม่กี่วินาที
- สร้างเสียงยาว 60 วินาทีได้ภายในไม่กี่วินาที
- รองรับการสร้างเสียงจากคลิปสั้น ๆ เหมาะกับงานพากย์ สร้างเสียงตัวละคร หรือระบบตอบรับอัตโนมัติ
3) MAI-Image-2 — โมเดลสร้างภาพติดอันดับท็อปของ Arena.ai
ติดอันดับ Top 3 บน Arena.ai และเริ่มถูกนำไปใช้งานใน Bing และ PowerPoint แล้ว
หมดข้อจำกัดจากสัญญา OpenAI — Microsoft เดินหน้าสร้างโมเดลเองเต็มตัว
ก่อนเดือนตุลาคม 2025 Microsoft ถูกจำกัดไม่ให้สร้าง “Frontier AI” ของตัวเองตามสัญญากับ OpenAI แต่เมื่อข้อจำกัดหมดลง บริษัทก็เริ่มพัฒนาโมเดลของตัวเองทันที และใช้โมเดลเหล่านี้ขับเคลื่อน Copilot และ Teams แบบเงียบ ๆ ก่อนเปิดตัวสู่สาธารณะในวันนี้
แม้จะเปิดตัวโมเดลของตัวเอง แต่ Mustafa Suleyman ซีอีโอฝ่าย Microsoft AI ยืนยันว่าบริษัทยังร่วมมือกับ OpenAI ต่อไป อย่างไรก็ตาม ทิศทางใหม่ก็ชัดเจนว่า Microsoft ต้องการ “ทางเลือกของตัวเอง” เพื่อไม่ต้องพึ่งพาใครอีกต่อไป
ราคาแรงกว่าคู่แข่ง — ถูกกว่า Google และ Amazon
Digital Trends ระบุว่าโมเดล MAI ทั้งสามรุ่นมีราคาถูกกว่าคู่แข่งอย่าง Google และ Amazon อย่างชัดเจน หากประสิทธิภาพดีตามที่อ้าง ตระกูล MAI อาจกลายเป็นกระดูกสันหลังของบริการ AI ทั้งหมดของ Microsoft ในอนาคต










