Meta เดินหน้าแผนการลดการลงทุนด้าน Metaverse ด้วยการปิดสตูดิโอพัฒนาเกม VR ภายใน 3 แห่ง พร้อมยุติการอัปเดตคอนเทนต์ด้านฟิตเนสลงแอป VR ชื่อดังอย่าง Supernatural โดยทิศทางใหม่ของบริษัท กำลังจะโยกงบไปโฟกัสตลาดอุปกรณ์สวมใส่ตัวอื่นแทน
Meta ยืนยันการปิดสตูดิโอ VR ภายในบริษัทจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ Armature, Sanzaru และ Twisted Pixel ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้ Oculus Studios และเคยมีผลงานเด่นบนแพลตฟอร์ม Quest มาแล้วหลายโปรเจกต์
พนักงานจาก Twisted Pixel ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเกม Marvel’s Deadpool VR เมื่อปลายปีที่ผ่านมา รวมถึงทีมงานจาก Sanzaru ผู้พัฒนา Asgard’s Wrath ต่างออกมาโพสต์ยืนยันข่าวการปิดสตูดิโอผ่านโซเชียลมีเดีย ขณะที่รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า Armature ทีมที่เคยพอร์ต Resident Evil 4 ลง Quest ในปี 2021 ก็ถูกปิดเช่นกัน
นอกจากนี้ Meta ยังประกาศว่าแอปฟิตเนส VR ยอดนิยม Supernatural จะไม่รับคอนเทนต์หรือฟีเจอร์ใหม่อีกต่อไป โดยให้เหตุผลว่าเป็นผลจาก “การปรับโครงสร้างภายในองค์กร” อย่างไรก็ตาม ตัวแอปจะยังเปิดให้ผู้ใช้งานเดิมเข้าใช้งานได้ตามปกติ
โฆษกของ Meta ให้ข้อมูลกับ Engadget ว่า การตัดสินใจครั้งนี้สอดคล้องกับแผนที่บริษัทประกาศไว้ก่อนหน้าในการ “ย้ายการลงทุนบางส่วนจาก Metaverse ไปยังตลาด Wearables” และจะนำงบประมาณที่ประหยัดได้ไปสนับสนุนการเติบโตของอุปกรณ์สวมใส่ภายในปีนี้
การปิดสตูดิโอครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำคำถามถึงทิศทางระยะยาวของ Meta ต่อระบบนิเวศ VR หลังจากบริษัทไม่มีการเปิดตัวเฮดเซ็ต VR รุ่นใหม่ตั้งแต่ Quest 3S ในปี 2024 และเพิ่งระงับแผนพัฒนาเฮดเซ็ต Horizon OS ร่วมกับ ASUS และ Lenovo ไปเมื่อไม่นานมานี้
อย่างไรก็ตาม ภายในองค์กร Meta ยังคงยืนยันว่าไม่ได้ถอนตัวจากอุตสาหกรรมเกม โดย Tamara Sciamanna ผู้อำนวยการ Oculus Studios ระบุในบันทึกภายในว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการ “ปรับโฟกัสการลงทุนไปยังนักพัฒนาและพาร์ตเนอร์ภายนอก” เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว มากกว่าการลดบทบาทของ VR โดยสิ้นเชิง









