iPhone 16e แม้จะเป็นรุ่นประหยัดของปีที่แล้ว แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ Apple คาดหวังไว้ ทำให้ความสนใจจึงพุ่งไปที่ iPhone 17e ซึ่งมีข่าวลือหนาแน่นต่อเนื่องกว่า 6 เดือน และถูกมองว่าอาจเป็น “iPhone รุ่นคุ้มที่สุด” ของปีนี้
ในบทความนี้
วันเปิดตัวและราคา
เดิมมีข่าวลือว่า Apple จะเปิดตัว iPhone 17e ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ แต่ไม่เกิดขึ้น ล่าสุดคาดว่าจะเปิดตัวในงาน “special Apple experience” วันที่ 4 มีนาคม 2026 พร้อมจัดงานใน 3 เมือง: นิวยอร์ก ลอนดอน และเซี่ยงไฮ้
ราคา Mark Gurman รายงานว่า iPhone 17e รุ่น 128GB จะยังคงราคาเดิมที่ $599 แม้จะมีอัปเกรดหลายอย่าง ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือระยะยาวกับซัพพลายเออร์ที่ช่วยให้ Apple ควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าแบรนด์อื่น
ดีไซน์และหน้าจอ
iPhone 17e ถูกคาดว่าจะ ทิ้งรอยบากแบบเก่า และเปลี่ยนมาใช้ Dynamic Island เช่นเดียวกับ iPhone รุ่นใหม่ ๆ พร้อมขอบจอบางลง และดีไซน์โดยรวมคล้าย iPhone 15 จากด้านหน้า และคล้าย iPhone 16e จากด้านหลัง
สีใหม่
- ดำ
- ขาว
- ม่วง/ลาเวนเดอร์ (สีใหม่ที่เน้นจับกลุ่มผู้ใช้วัยรุ่น)
หน้าจอ
- OLED 6.1 นิ้ว
- รีเฟรชเรต 60Hz
- ความสว่างสูงสุด 2,000 nits
ไม่มี ProMotion เช่นเดิม แต่ยังถือว่าเพียงพอสำหรับรุ่นประหยัดของ Apple
ชิปและประสิทธิภาพ
iPhone 17e คาดว่าจะใช้ ชิป A19 (3nm) แบบลดหนึ่งคอร์ GPU (5 คอร์) ซึ่งยังแรงเหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไปและฟีเจอร์ Apple Intelligence มาพร้อมโมเด็ม C1X ที่เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานกว่าเดิมถึง 30%
หน่วยความจำ
- RAM 8GB
- ความจุเริ่มต้นอาจยังคง 128GB
- รุ่นสูงสุด 512GB
รองรับ iOS 26 พร้อมฟีเจอร์ Apple Intelligence หลัก ๆ แต่ Siri เวอร์ชันใหม่อาจยังไม่มา จนกว่า iOS 26.5 หรือ iOS 27
กล้องและแบตเตอรี่
กล้องหลัง
- 48MP Fusion Camera
- ถ่าย 24MP / 48MP
- ซูม 2x แบบ in‑sensor
- ถ่ายวิดีโอ Dolby Vision HDR 4K 60fps
ยังไม่ชัดว่าจะใช้เซนเซอร์ 1/2.55 นิ้วแบบเดิม หรืออัปเกรดเป็นเซนเซอร์ 1/1.56 นิ้วแบบ iPhone 16/17
กล้องหน้า
- 18MP square-sensor
- เทคโนโลยี Center Stage แบบเดียวกับ iPhone 17
แบตเตอรี่
- ความจุ 4,005 mAh ใหญ่กว่า iPhone 17
- ใช้งานวิดีโอได้ราว 30 ชั่วโมง
- อาจรองรับ MagSafe 25W เป็นครั้งแรกในรุ่น e

สรุป: รุ่นประหยัดที่อัปเกรดรอบด้าน
iPhone 17e ดูจะเป็นรุ่นที่ “คุ้มที่สุด” ของ Apple ในปีนี้ เพราะได้อัปเกรดแทบทุกด้าน ทั้งดีไซน์ใหม่, ชิปแรง, แบตใหญ่, กล้องดีขึ้น และอาจได้ MagSafe แม้ยังมีข้อจำกัดอย่างหน้าจอ 60Hz และกล้องหลังตัวเดียว แต่โดยรวมถือว่าเป็นก้าวกระโดดจาก iPhone 16e อย่างชัดเจน










