Infinix NOTE Edge สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่จาก Infinix เปิดตัวสู่ตลาดโลกอย่างเป็นทางการ ชูจุดเด่นตัวเครื่องบางเพียง 7.2 มม. แต่ให้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,500mAh แบบ Silicon-Carbon พร้อมสเปกระดับกลางค่อนไปทางคุ้ม ราคาเริ่มต้นราว 7,000 บาท ทำให้เป็นรุ่นที่น่าจับตาในกลุ่มงบประหยัดปี 2026
Infinix NOTE Edge ใช้แนวคิด “บางแต่แบตใหญ่” ด้วยการเลือกแบตเตอรี่ Silicon-Carbon ซึ่งมีความหนาแน่นพลังงานสูงกว่าแบบลิเธียมทั่วไป ทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 185 กรัม แม้จะไม่ใช่มือถือขนาดเล็กก็ตาม
ด้านดีไซน์ ตัวเครื่องมาในสไตล์ 3D Curved พร้อมลวดลาย “Pearl Light Ripple Shadow” บนฝาหลัง มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Lunar Titanium, Shadow Black, Silk Green และ Stellar Blue เน้นภาพลักษณ์พรีเมียมเกินราคา
หน้าจอเป็น AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (2644 x 1208) รีเฟรชเรต 120Hz ความสว่างสูงสุดถึง 4,500 nits และครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 7i เหมาะทั้งการใช้งานกลางแจ้งและคอนเทนต์มัลติมีเดีย
ขุมพลังภายในใช้ชิป MediaTek Dimensity 7100 จับคู่กับ RAM LPDDR5X 8GB และความจุ UFS 2.2 ให้เลือก 128GB และ 256GB รองรับการใช้งานทั่วไป เกม และมัลติทาสก์ในระดับกลางได้สบาย
ซอฟต์แวร์มาพร้อม Android 16 ตั้งแต่แกะกล่อง ครอบด้วย XOS 16 และ Infinix รับประกันอัปเดต Android ใหญ่ 3 เวอร์ชัน พร้อมแพตช์ความปลอดภัยยาวถึง 5 ปี ซึ่งถือว่าโดดเด่นมากในระดับราคานี้
แบตเตอรี่ 6,500mAh รองรับชาร์จไว 45W และ Reverse Charging 10W โดยแถมอะแดปเตอร์มาให้ในกล่อง พร้อมเคสใช้งานทันที จุดที่น่าสนใจคือระบบ “Self-repairing battery” ที่ช่วยรักษาสุขภาพแบต ด้วยกระบวนการ recrystallization ทำให้ยังคงความจุเกิน 80% หลังชาร์จครบ 2,000 รอบ หรือราว 6 ปีการใช้งานจริง
กล้องหลังความละเอียด 50MP (f/1.8) กล้องหน้า 13MP เสริมด้วยลำโพงสเตอริโอ Sound by JBL, เซนเซอร์สแกนนิ้วใต้จอ, IR Blaster และมาตรฐานกันฝุ่นกันน้ำ IP65











