เรียกว่าปีที่แล้วเป็นปีทองของชาวอินดี้จริงๆ ทั้งการมาของ Hollow Knight: Silksong , Expidition 33 ที่กวาดรางวัลไปแบบเต็มคราบ และการฟื้นคืนชีพของสตูดีโอที่หลายๆคนรักและสร้างเกมที่โดดเด่นและมีสไตล์เป็นของตัวเอง AdHoc Studio สตูดีโอที่สานต่อมาจาก Telltale Games โดยมาพร้อมเกมที่ทำให้อินเตอร์เน็ตจับตามอง และสร้างคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ขึ้นมา! Dispatch ได้แสดงให้เห็นว่าเกมแนวเล่าเรื่องยังไม่ตาย และสามารถสร้างสรรค์ได้ในขอบเขตของมัน!
ในบทความนี้
เนื้อเรื่องเข้าใจง่าย ตัวละครอันเป็นเอกลักษณ์ครองใจผู้เล่น!
Dispatch จะเล่าเรื่องของโลกที่เต็มไปด้วยซุปเปอร์ฮีโร่ ผู้ที่มีพลังวิเศษเหล่านี้จะถูกนำโดย SDN ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์ใหญ่ในการจัดงานให้กับฮีโร่ที่เหมาะสมรวมไปถึงการฝึกฮีโร่หน้าใหม่ให้สามารถทำงานได้ดีอีกด้วย เราจะได้รับบทเป็น Robert Robertson ฮีโร่ไร้พลัง Mechaman รุ่นที่ 3 หลังจากความพยายามในการล้างแค้นให้กับพ่อเขาต้องต่อสู้กับ Shredder โรเบิร์ตได้รับบาทเจ็บสาหัส เขาจึงต้องเลิกเป็นฮีโร่ชั่วคราว และจากการช่วยเหลือของ Blond Blazer เขาจึงได้มารับงานคุม Z-Team ทีมฮีโร่ที่นำวายร้ายเก่ากลับมาทำงานเป็นฮีโร่ให้ SDN
ด้วยเนื้อเรื่องเรียบง่ายแบบโลกฮีโร่ และเรื่องราวของหมาจนตรอกและพวกตกกระป๋องทำให้เราสามารถอินกับเนื้อเรื่องได้ง่ายมากๆ แถมพวกตัวละครทั้ง Z-Team ตัวโรเบิร์ตเองหรือแม้แต่ตัวละครอื่นๆที่โพล่มาช่วยเติมแต่งสีสันให้กับโลกของเกมได้ดีมากๆ เราจะได้เห็นความสัมพันธ์ของตัวละครที่ค่อยๆเข้าใจกันมากขึ้น จากการเหม็นขี้หน้ากลายเป็นรักกันและห่วงใยกัน แถมการนำคนดังมาให้เสียงตัวละครช่วยให้พวกเขาน่าจดจำขึ้นไปอีก
เกมเพลย์สร้างสรรค์ การตัดสินใจไม่ยากแต่มีส่วนสำคัญมาก
Disptach จะแบ่งเกมเพลย์ออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆคือช่วงทำงานที่เราะจะต้องเลือกฮีโร่ที่เหมาะกับงาน ทั้งด้านพลังและค่าสเตตัสเพื่อให้ทำงานได้เสร็จลุล่วง และ ด้านการถามตอบที่จะตัดสินความเป็นไปของเนื้อเรื่อง ด้านการถามตอบก็จะเหมือนกับเกมถามตอบทั่วไป การเลือกคนเข้าทีม เลือกความสัมพันธ์ของตัวเอก หรือเลือกการตอบสนองต่อเหตุการณ์ตรงหน้า
ซึ่งเท่าที่เห็นในเกมนี้จะไม่ค่อยมี illusion Of Free Chioce นั้นหมายความว่าถ้าเราเลือกตัวเลือกไหนไป สถานการณ์จะเปลี่ยนไป อาจไม่ค่อยมากแต่บทพูดและสิ่งที่เกิดขึ้นจะเปลี่ยนไปแน่นอนแม้จะเป็นดีเทลเล็กๆน้อย
ส่วนการนั่งโต๊ะคอมพ์และทำการ Dispatch เป็นมินิเกมที่สนุกมากๆจนอยากให้มีเกมแยกเลย โดยตัวเกมจะมีแผนที่เมืองพร้อมตัวละครที่เราสามารถส่งไปได้ แต่ละฮีโร่จะมีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่สามอย่าง นั้นคือพลัง สกิล และสแตท เราจะต้องส่งตัวละครออกไปเพื่อทำภารกิจที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่การส่งตัวละครที่สแตทสวยไปเท่านั้น แต่เราจะต้องดูสถานการณ์ด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราส่งตัวละครที่สอดคล้องกับสถานการณ์ออกไป เราจะได้ตัวเลือกพิเศษในการจบภารกิจด้วย
สรุป
Dispatch คือเกมที่เล่นกับประสบการณ์ผู้เล่นทั้งในแง่เกมเพลย์และเนื้อเรื่อง เราจะไม่รู้สึกว่าเราทำอะไรผิดไป ไม่ว่าจะเลือกอะไรก็ตามไปจนถึงตอนสุดท้าย แต่ถึงจะแบบนั้นเกมก็มักจะนำทางเลือกที่ยากลำบากในการตอบมาให้เราอยู่ดี และด้วยเนื้อเรื่องง่ายๆ และตัวละครที่มีสน่เห์ทำให้ใครก็สามารถเล่นเกมนี้ได้ และจะได้รับประสบการณ์ที่ดีไปจากมันแน่นอน














