รัฐบาลจีนเริ่มสั่งการด่านศุลกากรไม่ให้ปล่อยชิป Nvidia H200 เข้าประเทศ แม้สหรัฐจะอนุมัติการส่งออกแล้วภายใต้เงื่อนไขพิเศษ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนท่าทีของปักกิ่งที่เลือกความมั่นคงด้านเทคโนโลยีระยะยาว มากกว่าประสิทธิภาพ AI ระยะสั้น
รายงานจากหลายแหล่งระบุว่า ด่านศุลกากรของ จีน ได้รับคำสั่งภายในไม่ให้ปล่อยชิป AI รุ่น H200 ของ Nvidia เข้าประเทศ แม้ก่อนหน้านี้ สหรัฐอเมริกา จะอนุญาตการส่งออกภายใต้ข้อจำกัดด้านผู้ใช้งานและการนำไปใช้ก็ตาม โดยคำสั่งดังกล่าวไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ถูกปฏิบัติในลักษณะ “แบนโดยพฤตินัย”
นอกจากการสกัดที่ด่านศุลกากรแล้ว บริษัทเทคโนโลยีจีนยังถูกแจ้งให้หลีกเลี่ยงการจัดซื้อ H200 เว้นแต่มีความจำเป็นจริงๆ เช่น โครงการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยหรือสถาบันต่างประเทศ ส่งผลให้หลายบริษัทที่ต้องการพลังประมวลผล AI ระดับสูง ต้องหันไปพึ่งตลาดมืดแทน
แหล่งข่าวระบุว่า เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ H200 แบบ 8 ชิป มีราคาซื้อขายในตลาดมืดราว 2.3 ล้านหยวน หรือประมาณ 11–12 ล้านบาท สูงกว่าราคาทางการราว 50% และยังเริ่มหาซื้อได้ยากขึ้น จากการเข้มงวดในการปราบปรามการลักลอบนำเข้า
เหตุผลที่ H200 ถูกจับตามองอย่างมาก คือชิปตัวนี้ถือเป็นชิป AI ที่ทรงพลังอันดับต้น ๆ ของ Nvidia รองจากรุ่นเรือธง และมีบทบาทสำคัญในการฝึก (training) โมเดล AI ขนาดใหญ่ ซึ่งยังเป็นจุดที่ชิปจีนตามหลังคู่แข่งจากสหรัฐ แม้ว่าชิปภายในประเทศจะเริ่มทำได้ดีขึ้นในงาน inference หรือการนำโมเดลไปใช้งานจริงก็ตาม
นักวิเคราะห์มองว่า ปักกิ่งยอมรับแรงกระแทกระยะสั้น เพื่อแลกกับเป้าหมายระยะยาวในการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ กรณีของ H200 จึงไม่ใช่แค่เรื่องการค้า
แต่เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าชิปขั้นสูงได้กลายเป็น “เครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์” ที่มีอิทธิพลต่อทิศทางตลาดมากกว่ากลไกทางธุรกิจแบบเดิม และจีนตัดสินเดินหน้าต่อด้วยการพึ่งพาตัวเองเป็นเป้าหมายหลักแล้วในวันนี้








