OpenAI เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ใน ChatGPT ให้ผู้ใช้ซิงก์รายชื่อในเครื่องเพื่อ “ค้นหาเพื่อน” ที่ใช้งานแพลตฟอร์มเดียวกัน จุดกระแสคำถามว่า นี่คือก้าวแรกของการพัฒนาไปสู่โซเชียลมีเดียเต็มรูปแบบหรือไม่
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาพร้อมการอัปเดตนโยบายความเป็นส่วนตัว และเกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทเริ่มทดลองโฆษณาในแอป
ซิงก์รายชื่อ เพื่อค้นหาเพื่อนบน ChatGPT
ฟีเจอร์ใหม่เปิดให้ผู้ใช้เลือกซิงก์รายชื่อ (Contacts Sync) จากสมาร์ตโฟน เพื่อดูว่ามีเพื่อนคนใดใช้งาน ChatGPT หรือผลิตภัณฑ์อื่นของ OpenAI อยู่แล้วหรือไม่
หากระบบพบหมายเลขโทรศัพท์ที่ตรงกับบัญชีผู้ใช้ ระบบจะแนะนำให้กดติดตาม (Follow) และอีกฝ่ายสามารถกดติดตามกลับได้ คล้ายระบบเพื่อนหรือผู้ติดตามในแพลตฟอร์มโซเชียลทั่วไป
แม้ OpenAI ระบุว่าฟีเจอร์นี้ “เป็นทางเลือก” และไม่บังคับใช้งาน แต่มีประเด็นสำคัญคือ แม้คุณจะไม่เปิดซิงก์รายชื่อ หากมีคนอื่นที่บันทึกเบอร์คุณไว้ในเครื่องและเลือกอัปโหลดรายชื่อ หมายเลขของคุณก็อาจถูกประมวลผลโดย OpenAI ได้เช่นกัน
บริษัทระบุว่า จะประมวลผลเฉพาะ “หมายเลขโทรศัพท์” และจัดเก็บในรูปแบบเข้ารหัส (hash) ไม่ได้เก็บข้อมูลอื่น เช่น ชื่อหรืออีเมล และผู้ใช้สามารถเพิกถอนสิทธิ์เข้าถึงรายชื่อได้จากการตั้งค่าอุปกรณ์
ปูทางสู่โซเชียลเน็ตเวิร์ก?
ก่อนหน้านี้มีรายงานตั้งแต่เดือนเมษายนว่า OpenAI กำลังพัฒนาเครือข่ายโซเชียลของตนเอง แม้ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ปัจจุบัน ChatGPT รองรับการสร้างห้องแชตกลุ่มได้สูงสุด 20 คน เพื่อพูดคุยหรือค้นคว้าร่วมกันผ่าน AI ซึ่งฟีเจอร์ซิงก์รายชื่ออาจช่วยให้การเชิญเพื่อนเข้ากลุ่มทำได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ OpenAI ยังมีแอปวิดีโอสร้างสรรค์อย่าง Sora แยกต่างหากจาก ChatGPT ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทกำลังขยายระบบนิเวศของตนเองออกไปมากกว่าแค่แชตบอท
เริ่มมีโฆษณาใน ChatGPT
ในสัปดาห์เดียวกัน OpenAI เริ่มทยอยแสดงโฆษณาภายใน ChatGPT สำหรับผู้ใช้ฟรี โดยผู้ใช้สามารถเลือกไม่รับโฆษณาได้ แต่จะถูกจำกัดจำนวนข้อความที่ส่งได้ต่อช่วงเวลา
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังคู่แข่งอย่าง Anthropic ออกโฆษณาในช่วง Super Bowl วิจารณ์แผนการใส่โฆษณาของ OpenAI ขณะที่ Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ตอบโต้กลับว่าเป็นการกล่าวหาที่ไม่ถูกต้อง
จุดเปลี่ยนสำคัญของแชตบอทอันดับหนึ่ง
การเพิ่มระบบติดตามเพื่อน ซิงก์รายชื่อ และโฆษณาในแอป ทำให้ ChatGPT เริ่มมีองค์ประกอบใกล้เคียงกับโซเชียลแพลตฟอร์มมากขึ้น
แม้ OpenAI ยังไม่ได้ประกาศสร้าง “โซเชียลมีเดีย” อย่างเป็นทางการ แต่ทิศทางการพัฒนาครั้งนี้อาจเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยน ChatGPT จากเครื่องมือ AI สู่แพลตฟอร์มที่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้มากขึ้นในอนาคต








