Apple ได้ประกาศเปิดตัว Studio Display รุ่นปรับปรุงใหม่ และ Studio Display XDR รุ่นใหม่ทั้งหมด โดย Studio Display รุ่นใหม่มีราคาเริ่มต้นที่ 1,599 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Studio Display XDR มีราคาเริ่มต้นที่ 3,299 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งสองรุ่นมีตัวเลือกกระจกแบบมาตรฐานหรือกระจกนาโนเท็กซ์เจอร์ให้เลือก สินค้าเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ววันนี้ และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 4 มีนาคม
Studio Display รุ่นใหม่ยังคงใช้พาเนลความละเอียด 5K Retina ขนาด 27 นิ้ว ให้จำนวนพิกเซลมากกว่า 14 ล้านพิกเซล ความสว่าง 600 นิต และรองรับขอบเขตสีแบบ P3 Wide Color นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้อง Center Stage ความละเอียด 12MP พร้อมฟีเจอร์ Desk View ไมโครโฟนคุณภาพระดับสตูดิโอ และระบบลำโพง 6 ตัวที่รองรับระบบเสียง Spatial Audio
ด้านการเชื่อมต่อ Studio Display รุ่นใหม่อัปเกรดมาใช้ Thunderbolt 5 และมาพร้อมพอร์ต Thunderbolt 5 จำนวน 2 พอร์ต รวมถึงพอร์ต USB-C อีก 2 พอร์ตสำหรับอุปกรณ์เสริมและการชาร์จไฟ หน้าจอยังรองรับการเชื่อมต่อแบบเดซี่เชน (daisy-chaining) ได้สูงสุด 4 จอ และสาย Thunderbolt 5 Pro ที่แถมมาในกล่องสามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 96W ซึ่งทางบริษัทระบุว่าเพียงพอสำหรับการชาร์จเร็วให้กับ MacBook Pro ขนาด 14 นิ้ว
สำหรับ Studio Display XDR เป็นจอภาพขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 5K เช่นกัน แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นรุ่น Retina XDR ระดับสูงที่ใช้ระบบไฟพื้นหลังแบบ mini-LED สเปกระบุความละเอียด 5120×2880 พิกเซล พร้อมโซนหรี่แสง (dimming zones) จำนวน 2,304 โซน ให้ความสว่างเต็มหน้าจอสูงสุด 1,000 นิต และความสว่างพีคสำหรับคอนเทนต์ HDR สูงสุด 2,000 นิต รวมถึงอัตราส่วนคอนทราสต์ 1,000,000:1
หน้าจอรุ่นนี้ยังรองรับอัตรารีเฟรช 120Hz พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Sync ที่ปรับช่วงรีเฟรชเรตได้ตั้งแต่ 47Hz ถึง 120Hz สำหรับงานด้านสี Studio Display XDR เพิ่มการรองรับ Adobe RGB ควบคู่กับ P3 และทางบริษัทระบุว่าสามารถครอบคลุมช่วงสี Rec. 2020 ได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์สำหรับงาน HDR
ในด้านพอร์ตเชื่อมต่อ Studio Display XDR มาพร้อม Thunderbolt 5 จำนวน 2 พอร์ต และ USB-C อีก 2 พอร์ต โดยสามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 140W ผ่านสาย Thunderbolt 5 Pro ซึ่งบริษัทระบุว่าเพียงพอสำหรับการชาร์จเร็วให้กับ MacBook Pro ขนาด 16 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีการยืนยันว่า Studio Display XDR จะเข้ามาแทนที่ Pro Display XDR รุ่นก่อนหน้า และจะเริ่มวางจำหน่ายผ่าน Apple Store ใน 35 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก










