Apple เดินเกม AI ด้วยการเข้าซื้อ Q.ai สตาร์ตอัปจากอิสราเอล หวังเสริมความสามารถด้านเสียงและการประมวลผลบนอุปกรณ์ เพื่อแข่งขันกับ Meta และ Google ที่กำลังเป็นศึกที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ
การแข่งขันด้าน AI ระหว่างยักษ์เทคโนโลยีกำลังขยับจากซอฟต์แวร์ไปสู่ฮาร์ดแวร์มากขึ้น ล่าสุด Apple เข้าซื้อกิจการ Q.ai สตาร์ตอัปจากอิสราเอลที่เชี่ยวชาญด้าน imaging และ machine learning โดยเฉพาะเทคโนโลยีการประมวลผลเสียงขั้นสูง
ตามรายงานของ Reuters Q.ai มีเทคโนโลยีที่ช่วยให้อุปกรณ์สามารถตีความเสียงกระซิบ และปรับปรุงคุณภาพเสียงในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนสูง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนา AI บนอุปกรณ์ของ Apple ในช่วงหลัง
Apple ได้เพิ่มฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ ให้กับ AirPods อย่างต่อเนื่อง รวมถึงระบบแปลภาษาแบบเรียลไทม์ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา การเข้าซื้อ Q.ai จึงถูกมองว่าเป็นการเสริมความแข็งแกร่งด้านเสียงอัจฉริยะโดยตรง
นอกจากนี้ Apple ยังพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถตรวจจับการขยับของกล้ามเนื้อใบหน้าในระดับละเอียด ซึ่งอาจนำไปใช้ต่อยอดกับอุปกรณ์อย่าง Vision Pro เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมและโต้ตอบกับผู้ใช้
ด้านมูลค่าดีล Financial Times รายงานว่าการซื้อกิจการครั้งนี้มีมูลค่าเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ทำให้เป็นดีลใหญ่เป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของ Apple รองจากการซื้อ Beats Electronics มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2014
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Aviad Maizels ซีอีโอของ Q.ai ขายกิจการให้ Apple ย้อนกลับไปในปี 2013 เขาเคยขาย PrimeSense ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ Apple นำไปพัฒนาระบบ Face ID บน iPhone
Q.ai ก่อตั้งในปี 2022 และได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนรายใหญ่อย่าง Kleiner Perkins และ Gradient Ventures โดยทีมผู้ก่อตั้งทั้งหมดจะย้ายเข้าร่วมงานกับ Apple หลังการเข้าซื้อกิจการเสร็จสิ้น
ข่าวการซื้อกิจการครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนการประกาศผลประกอบการรายไตรมาสของ Apple เพียงไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่ารายได้จะอยู่ที่ราว 138 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.9 ล้านล้านบาท และอาจเป็นช่วงที่ยอดขาย iPhone เติบโตแรงที่สุดในรอบ 4 ปี








