คุณกำลังอ่าน
Facebook เตรียมฟ้องร้องรัฐบาลไทยหลังสั่งปิดกลุ่ม “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส”

Facebook เตรียมฟ้องร้องรัฐบาลไทยหลังสั่งปิดกลุ่ม “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส”

AppDisqus Team

CNN รายงานว่า Facebook กำลังเตรียมการฟ้องร้องรัฐบาลไทยกรณีมีการออกคำสั่งให้ Facebook ปิดกลุ่มที่มีชื่อว่า “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส”

โฆษกของ Facebook กล่าวแถลงการณ์กับทาง CNN Business โดย Reuters เป็นสำนักข่าวแรกที่รายงานว่ากลุ่มดังกล่าวถูกสั่งปิดโดยรัฐบาลไทย

“คำสั่งเช่นนี้นับเป็นคำสั่งที่รุนแรง ขัดต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและส่งผลกระทบต่อสิทธิในการแสดงออกของผู้คน” โฆษกของ Facebook กล่าว “เราทำงานเพื่อปกป้องสิทธิ์ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนและกำลังเตรียมที่จะฟ้องร้องต่อคำสั่งของรัฐบาลไทยในกระบวนการตามกฎหมาย”

ทั้งนี้ Facebook บอกว่าได้รับแรงกดดันจากรัฐบาลให้จำกัดการเข้าถึงกลุ่มดังกล่าวโดยรัฐบาลขู่ว่าจะดำเนินคดีอาญากับตัวแทนของ Facebook ในประเทศไทย โดยด้านกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทยยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น

Facebook Communication Internet Social Media

ภายใต้กฎหมายไทยเรื่องคดีการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ อาจหมายถึงโทษจำคุก 15 ปี ซึ่งกฎหมายดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากประชาชนชาวไทยทั่วๆ ไป รวมถึงรัฐบาลเอง สามารถตั้งข้อหาแทนพระมหากษัตริย์ได้ในคดีดังกล่าว

โดยกลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลสก่อตั้งโดยนาย ปวิน ชัชวาล เป็นนักวิชาการชาวไทยที่โดนเนรเทศและตอนนี้กำลังลี้ภัยในญี่ปุ่น ได้บอกกับรอยเตอร์ว่า “Facebook กำลังร่วมมือกับระบอบเผด็จการเพื่อขัดขวางประชาธิปไตยและปลูกฝังความเป็นเผด็จการในประเทศไทย” นั้นคือการให้ข้อมูลความคิดเห็นของเขาต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

คัดมาเพื่อคุณ

เรื่องราวครั้งนี้ นับเป็นการปะทะกันครั้งล่าสุดระหว่าง Facebook และหน่วยงานจากทั่วโลก บริษัท Facebook กำลังเผชิญกับอินเดียจากรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วซึ่งเปิดเผยว่า นักการเมืองจากพรรคปกครองหนึ่งของอินเดียได้รับอนุญาตให้ยังสามารถใช้งาน Facebook ได้แม้ว่าจะตรวจพบการฝ่าฝืนกฎการโพสข้อความที่แสดงออกถึงความเกลียดชัง ตามข้อห้ามของ Facebook แล้วก็ตาม

ในสหรัฐอเมริกาเองการตัดสินใจของ Facebook ก็โดนตำหนิในกรณีการลบโพสต์หาเสียงของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ได้จุดประกายความขัดแย้งภายในประเทศเพิ่มเติมมากขึ้นด้วย