คุณกำลังอ่าน
รีวิว CheetahTALK เครื่องแปลภาษาแบบพกพา บางเบา ใช้ง่าย กดเพียงปุ่มเดียวรองรับ 42 ภาษาทั่วโลก

รีวิว CheetahTALK เครื่องแปลภาษาแบบพกพา บางเบา ใช้ง่าย กดเพียงปุ่มเดียวรองรับ 42 ภาษาทั่วโลก

Noppinij

เปิดตัวออกมาในประเทศไทยแล้วครับ CheetahTALK อุปกรณ์แปลภาษาขนาดเล็ก เน้นพกพาง่าย ออกแบบให้ใช้งานง่ายด้วยปุ่มควบคุมเพียงปุ่มเดียว เปิดราคาจำหน่ายก็ไม่แพงน่าลองครับ แค่ 2,790 บาท และมีโค๊ดส่วนลดเป็นโปรโมชั่นในช่วงแรกอีก 300 บาท (แสดง Code  CHEETAH300 ที่หน้าร้าน Banana ภายในห้างที่ร่วมรายการ)

*** UPDATE ใครที่หาดาวน์โหลดแอพ CheetahTALK ใน Android ไม่ได้ สามารถติดตั้งแอปได้จากลิงก์นี้ครับ แอป CheetahTALK

ตัว CheetahTALK เล็กบาง และเบามากครับ น้ำหนักไม่ต่างไปจากปากกาสักด้ามหนึ่ง แต่ถือจับง่ายเพราะออกแบบมาให้เป็นทรงแบนคล้ายรีโมททีวีขนาดเล็ก ขนาด 136×35×9 มิลลิเมตร หนักแค่ 45 กรัม

ตัวมันมีไมโครโฟนรับเสียงคุณภาพสูง ซึ่งจะรับเสียงมนุษย์และแยกแยะคำพูดได้ดีกว่าอุปกรณ์ทั่วๆ ไป พร้อมลำโพงเล่นเสียงในตัวเองอยู่ด้านหลัง แป้นเครื่องด้านหน้าข้างๆ ปุ่มควบคุมจะรองรับทัชสกรีนสไลด์เพื่อปรับระดับเสียงของลำโพง แต่จะมีปุ่มควบคุมเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น เพราะมันถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายๆ ครับ แค่เพียง “กดค้างเพื่อพูด” และ “ปล่อยเพื่อฟังคำแปล” 

โดยตัวปุ่มควบคุมนี้ยังสามารถใช้กดอีกครั้งเพื่อฟังคำแปลล่าสุดใหม่ถ้าไม่ได้ยิน และมีไฟแสดงสถานะรอบปุ่มเพื่อให้เห็นว่าเรากำลังกด และใช้เป็นตัวแจ้งสถานะในกรณชาร์จแบตเตอรี่

ระบบการชาร์จแบตเป็นแบบขั้วแม่เหล็ก ซึ่งมีสายชาร์จที่ใช้งานคู่กับมันแถมมาให้ภายในกล่องครับ

ข้อดีของเจ้า CheetahTALK คือมันจะเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ที่ภายในมีระบบ AI ในการแยกแยะเสียงพูดได้ด้วยตัวมันเองว่าเป็นภาษาอะไร เช่น เราตั้งค่าคู่สนทนาไว้ว่าเป็นคนญี่ปุ่นที่พูดภาษาญี่ปุ่น คุยกับเราที่เป็นคนไทย  ในเวลาใช้งานไม่จำเป็นต้องระบุบอกอะไรว่าใครเป็นใคร แค่กดค้างปุ่มควบคุมไว้แล้วพูดไปตามปกติในภาษาของเรา มันจะรู้ว่าสิ่งที่มันได้ยินเป็นภาษาไหน และจะทำการแปลออกมาเป็นภาษาตรงข้ามในทันทีที่เราปล่อยปุ่มกดครับ

ความง่ายในการใช้คือจุดเด่นของ CheetahTALK และตัวอุปกรณ์ก็ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการเดินทางและการท่องเที่ยวด้วยครับ เพราะการผลิตของมันอยู่ภายใต้มาตรฐานการกันน้ำกัน IP 54 กันละอองฝน ฝุ่นทราย และน้ำสาดกระเซ็นใส่ได้ครับ เคลือบสีแบบกันยูวีและรอยขีดข่วนไม่ให้เก่าง่ายๆ และภายในใส่แบตเตอรี่ขนาด 700mAh ซึ่งสามารถเปิดสแตนบายด์พร้อมใช้งานได้นานถึง 180 วัน หรือประมาณ 6 เดือนเลยทีเดียวครับ ถ้าใช้งานหนักๆ แปลต่อเนื่องกันทั้งวัน ก็ได้รวมประมาณ 24 ชั่วโมง

จำเป็นต้องใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ต

CheetahTALK เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้คู่กับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อเน็ตได้เป็นหลักนะครับ โดยจำเป็นต้องใช้คู่กับแอพพลิเคชั่น CheetahTALK ซึ่งรองรับทั้งอุปกรณ์ในระบบ Android และ iOS (ใช้กับ iPad ก็ได้เช่นกัน)

หลังการติดตั้งแอพพลิเคชั่นแล้ว ก็ทำการเชื่อมต่อตัวแอพเข้ากับอุปกรณ์ CheetahTALK โดยการกดปุ่มควบคุมของเครื่องค้างเอาไว้

เมื่อเชื่อมต่อแล้วก็พร้อมใช้งานแล้วครับ เชื่อมต่อไม่ยากเพราะคำแนะนำต่างๆ ของ CheetahTALK จะเป็นเสียงภาษาไทยมาเลยครับ จริงๆ แค่เปิดแอพที่หน้าแรกเชื่อมต่อ แล้วกดปุ่มบนตัว CheetahTALK ไว้ประมาณสามวิ มันก็เชื่อมต่อกันแล้วครับ เอาไว้ใกล้ๆ กันก็พอ

ภายในตัวแอพ จะทำหน้าที่อัพเดทระบบ ดูแบตเตอรี่คงเหลือ และเป็นตัวกำหนดคู่ภาษาที่ต้องการให้แปล โดยในเบื้องต้นรองรับ 42 ภาษาแล้วครับ เลือกคู่ภาษาที่ต้องการเอาไว้แล้วก็เก็บโทรศัพท์ได้เลย แค่ให้โทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ CheetahTALK อยู่ในระยะสัญญาณบลูทูธ (ประมาณ 15 เมตร) และอุปกรณ์นั้นเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น 3G/4G หรือสัญญาณ WI-Fi ได้หมดครับ

โดยภายในแอพพลิเคชั่น ยังช่วยบันทึกคำแปลเป็นประโยคย้อนหลังไว้ให้เราอีกด้วยครับ ย้อนกลับไปอ่านสิ่งที่พูดไว้ได้เลย หรือจะประยุกต์ใช้เป็นอุปกรณ์บันทึกช่วยจำชั่วคราวก็ได้อยู่นะ ^^ เช่นหยิบมาพูดเบอร์โทรศัพท์ หรือที่อยู่ที่ต้องการเดินไปเป็นต้น

คัดมาเพื่อคุณ

แต่จริงๆ แล้วภายในแอพพลิเคชั่น จะมีคุณสมบัติให้ใช้ CheetahTALK เป็นเครื่องบันทึกเสียงได้ด้วย โดยจะแนะนำไว้ว่า “กรุณาอย่าใช้บันทึกเสียงยาวเกิน 2 ชั่วโมง” น่าจะเพราะเรื่องของหน่วยความจำและความร้อนของเครื่องครับ

ข้อดีของ CheetahTALK 

ออกแบบสวย กันน้ำกันฝุ่น IP54 พกพาง่าย จับเสียงได้ค่อนข้างแม่น ระยะพูดประมาณ 30 เซนติเมตรก็ยังจับเสียงได้ดี เวลาเดินทางสะดวกคล่องตัว และดูเหมาะสมกว่าในการใช้งานกับคู่สนทนา ความสามารถแปลภาษาได้ 42 ภาษา และความเร็วในการแปลค่อนข้างรวดเร็วเลยครับ

ข้อจำกัดของ CheetahTALK 

ต้องใช้งานคู่กับอุปกรณ์สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตตลอดเวลา ไม่สามารถทำงานด้วยตัวเองแบบออฟไลน์ได้ ไม่มีช่องเชื่อมต่อหูฟัง ใช้ในที่เสียงดังๆ อาจจะไม่ได้ยินคำแปลจากตัวลำโพง

สรุปท้ายรีวิว

ราคาไม่แพง ใช้งานได้ตรงประเด็น สะดวกกว่าการใช้มือถือเอาขึ้นมาจ่อปากเพื่อแปลภาษา แถมแบตอึดและไปกับเราได้ทุกที่เพราะพกง่ายและกันน้ำกันฝุ่น ออกแบบสวยน่าถือใช้ ราคาแค่ 2,790 บาท ใครไปต่างประเทศบ่อยๆ หรือไปยังที่ๆ เราไม่คล่องภาษา พกพาไว้สักอันไม่เกะกะกระเป๋าแต่อย่างใด และจะทำให้เรากล้าสนทนากับต่างชาติได้มากขึ้นกว่าเดิมด้วยครับ

0
ดีทีเดียว
75100
จุดเด่น

ไมค์รับเสียงได้ดีกว่าการพูดใส่สมาร์ทโฟนโดยทั่วไป

ออกแบบการใช้งานมาดีมาก แค่เพียงปุ่มเดียวใช้ทั้งการรับเสียงพูด และเปิดคำแปล รวมทั้งเล่นเสียงคำแปลอีกครั้งหนึ่ง

ออกแบบสวย ตัวเบา พกพาและหยิบใช้งานสะดวก ทำให้คล่องตัวกว่าในขณะเดินทางหรือการใช้งาน

ต้องปรับปรุง

ต้องอาศัยการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน เพื่อดึงข้อมูล

ไม่สามารถเชื่อมต่อหูฟังได้ อาจจะทำให้ได้ยินเสียงแปลลำบากในเวลาใช้งานในที่เสียงดัง

Noppinij