ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

Capcom

แพลตฟอร์ม

PS4 , Nintendo Switch , Xboxone และ PC

วันเปิดตัว

15 มกราคม 2019 (โซนอเมริกา)

ราคาจำหน่าย

459 บาท (บนสตรีม)

ข้อดี:

ปรับภาพให้คมชัด
ปรับแต่งให้ใช้แกนอนาล็อกได้
ราคาไม่แพง

ข้อเสีย:

มุมกล้องชุดเชย

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
กราฟิกและการนำเสนอ
75%
83%
เสียงพากย์และดนตรีประกอบ
80%
90%
รูปแบบการเล่น
78%
85%
ความคุ้มค่า
80%
84%
78%
คะแนนจากเรา
86%
คะแนนจากสมาชิก
3คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

เป็นเรื่องปรกติแล้วในยุคนี้ที่มีการขุดเอาเกมเก่าคลาสสิกกลับมาขายใหม่ ที่มีการปรับภาพใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย แม้มันไม่ได้เป็นการสร้างใหม่ แต่ก็ถือว่าเป็นการเอาใจแฟนๆที่ยังคงคิดถึงความสนุกในอดีต ล่าสุดทางค่าย Capcom ได้ส่งเกมในตำนานอย่าง Onimusha Warlords รีมาสเตอร์ กลับมาขายใหม่อีกครั้ง

โดย Onimusha Warlords ต้นฉบับออกวางขายบน PS2 (และ xbox) ในปี 2001 ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากจนมีภาคต่อออกมาหลายเกม และในยุคนั้นสร้างความฮือฮาด้วยการนำนักแสดงดังอย่างสุดหล่อ ทาเกชิ คาเนชิโระ มาเป็นต้นแบบและโมชั่นตัวละครในเกม โดยเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานโบราณ ปีศาจ และโนบุนากะ ที่มีการปรับแต่งให้แฟนตาซี และน่าติดตามแม้ในยุคนี้ก็ยังถือว่าดูไม่เชย

กราฟิกปรับแต่งให้เป็น HD ที่ดูดีกว่าเดิม

โดยต้นฉบับถือว่ามีการทำคัทซีนออกมาดีในยุคสมัยนั้น แถมยังได้ดาราดังมาเป็นตัวเอกทำให้ในต้นยุค 2000 ถือว่าฮือฮาอย่างมาก และเมื่อกลับอีกครั้งโดยมีการปรับภาพให้ชมชัดขึ้นทำให้การกลับมาใหม่ถือว่ายังดูดีมากบนหน้าจอ HD โดยรายละเอียดตัวละครโดยเฉพาะใบหน้าทำออกมาได้ดีแม้ว่ายังไม่ได้ปรับแต่งไปจากต้นฉบับมากนัก โดยรวมแล้วทั้งดนตรีประกอบและเสียงพากย์ก็ยังคงทำให้มันไม่ได้ดูเป็นเกมตกยุคเลย เพราะมีการใส่มาแบบจัดเต็มเหมือนกับเกมในยุคนี้ ที่ Onimusha Warlords ถือเป็นเกมแรกๆที่ใช้ดาราดังมาโมชั่นตัวละคร ที่ทุกวันนี้กลายเป็นเรื่องปรกติของวงการเกมไปแล้ว

เกมเพลย์สนุกแต่มุมกล้องสุดเชย

แน่นอนว่าตามรีมาสเตอร์ที่ไม่ได้สร้างใหม่ แต่เป็นการปรับภาพใหม่เฉยๆทำให้รูปแบบการเล่นถอดแบบมาจากต้นฉบับ ที่เป็นเกมตั้งแต่สมัยปี 2001 ที่เป็นแอ็คชั่น RPG ที่มีการนำรูปแบบของเกมผีชีวะ Resident Evil ภาคแรกๆมาปรับแต่งให้เข้ากับรูปแบบของเกมที่เกิดในยุคโบราณที่ตัวเอกใช้ดาบเป็นหลักเป็นอาวุธ ที่ในยุคนั้นถือว่าเป็นเกมเพลย์ทั่วๆไปที่หลายเกมนำไปใช้

แต่หากมองด้วยสายตาของคอเกมในยุคนี้แล้ว รูปแบบของเกมเพลย์ของซีรีส์ผีชีวะ Resident Evil ภาคแรกๆที่ใช้มุมกล้องตายตัวเปลี่ยนไม่ได้ เหมือนเรามองภาพผ่านกล้องวงจรปิด ดูเชยไปมากๆแล้วเพราะทำให้เกิดมุมอับอยู่บ่อยครั้งในการเล่น และทำใหเราโดนโจมตีโดยไม่เห็นตัวศัตรูได้ ทำให้หลังจากนั้นค่าย capcom ได้เลิกใช้มุมกล้องนี้กับเกมแอ็คชั่นแล้วนับตั้งแต่ Resident Evil 4 ดังนั้นหากคุณรับการเล่นแบบนี้ไม่ได้เกมเพลย์ของ Onimusha Warlords ถืวว่าเชยมาก แถมการควบคุมบังคับแม้จะถูกปรับให้ใช้อนาล็อกบังคับได้แล้ว แต่โดยรวมยังคงเดินแบบรถถังแบบเดียวกับเกมต้นฉบับอยู่ ที่ในยุคนี้เกมเพลย์แบบนี้ตกยุคไปไกล แต่หากรับได้และมองว่ามันเป็นเกมย้อนยุคก็ถือว่าพอรับได้

ปรับแต่งได้เยอะและหลากหลาย

แม้เกมเพลย์จะเหมือนเดิม แถมใช้มุมกล้องที่ดูตกยุคไปแล้ว แต่เกมเพลย์ที่ต้นฉบับทำออกมาดีอยู่แล้ว คือระบบปรับแต่งที่หลากหลายเพราะตัวเอกสามารถปรับแต่งอาวุธหลักเช่นดาบ ที่มีหลายเล่มและมีพลังที่แตกต่าง แบ่งเป็นธาตุที่จำเป็นต้องสลับเปลี่ยนตลอดการเล่นเกม รวมทั้งมีการโจมตีแบบธรรมดาและแบบพิเศษด้วย และยังสามารถสะสมค่าพลังเพื่อนำมาอัพเกรดได้อีกเรียกว่ามีอะไรให้ทำมากกว่าเกมแอ็คชั่นธรรมดาทั่วๆไป และนอกจากอาวุธหลักแล้วยังมีอาวุธระยะไกลอย่างดาบและปืนมาให้เลือกใช้งานอีก

คุ้มหรือไม่ที่จะเล่นอีกครั้งในเมื่อเกมแทบจะเหมือนเดิม

มาถึงตรงนี้คงมีคำถามว่าเกม Onimusha Warlords รีมาสเตอร์ จะคุ้มค่าหรือไม่ที่จะเล่น โดยรวมเกมสนุกแต่มีหลายอย่างที่ไม่ได้ข้ามยุคข้ามสมัยมาและดูเชยไปไกลแล้ว โดยเฉพาะมุมกล้องแบบล็อกตายตัว แต่หากมองว่ามันคือหนึ่งในตำนานในยุค PS2 ที่กลับมาใหม่ในภาพที่คมชัดกว่าเดิมแถมขายในราคาถูกลง หากคุณคิดถึงความสนุกในอดีตก็พอจะคุ้มค่าที่จะหามาคิดเครื่องอีกครั้ง โดยเกมวางขายบน PS4 , Nintendo Switch , Xboxone และ PC