ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

Infinix Note5 Stylus

ระบบปฏิบัติการ

Android One 8.1

ราคาเปิดตัว

8,999 บาท

ขนาดหน้าจอ

ขนาด 6 นิ้ว IPS

ความละเอียด

FHD+ 1080x2160 พิกเซล

การเชื่อมต่อ

4G Dual LTE
สองซิมแบบ Hybird

กล้อง หลัก/รอง

กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล
กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล Auto Focus

หน่วยประมวลผล

Mediatek Helio MT6763 2.0Ghz

หน่วยความจำภายใน

64GB

แรม

4GB

แบตเตอรี่

4,000 mAh

ขนาด / น้ำหนัก

158 x 75 x 8.4 มิลลิเมตร
หนัก 190 กรัม

ข้อดี:

เทคโนโลยีปากกาเขียนหน้าจอระดับสูง ในราคาไม่ถึงหมื่น
ตัวเครื่องวัสดุโลหะ งานประกอบดี
ประกันหลังการขายมาตรฐานสูง รับประกันหน้าจอให้ 1 ปี พร้อมบริการรับ-ส่งเครื่องซ่อมถึงที่ การันตีงานเสร็จใน 7 วัน
เป็นเครื่องระบบ Android One ที่มีการอัพเดทระบบให้อย่างน้อยสองปี

ข้อเสีย:

ราคาไม่แพง ประสิทธิภาพก็เลยยังไม่แรงมากนัก

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
คุณสมบัติและฟังก์ชั่น
88%
67%
วัสดุและงานประกอบ
82%
72%
ประสิทธิภาพ
70%
80%
ความคุ้มค่าต่อราคา
94%
70%
บทสรุป:

เครื่องที่มาพร้อมกับปากกาในระดับแบบนี้ บอกเลยว่าในราคาไม่ถึงเก้าพันบาทหาไม่ได้ครับในตลาด ตัวเครื่องสวย ประสิทธิภาพเครื่องอยู่ในระดับเหมาะสมกับราคา แถมมาพร้อมกับระบบ Android One ที่รับประกันอัพเดทการใช้งานได้อย่างน้อยสองปี คุ้มมากทั้งในระยะสั้นและระยะยาวโดยเฉพาะถ้าใครต้องการเครื่องที่มาพร้อมระบบขีดๆ เขียนๆ

84%
คะแนนจากเรา
72%
คะแนนจากสมาชิก
12คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

ในที่สุดสมาร์ทโฟนที่มีปากกาในตัว เห็นทีจะไม่ได้มีแค่ Galaxy Note อีกต่อไป เมื่อ Infinix ได้ปล่อยสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งานปากกาสไตลัสได้ ที่มาในชื่อ X-Pen ที่ตัวปากกาเสียบได้เข้ากับตัวสมาร์ทโฟน แถมราคายังถูกกว่าตัวแม่ในตลาดกว่าเท่าตัว เรียกว่าเป็นที่สนใจสำหรับใครที่อยากได้สมาร์ทโฟนที่มีปากกาในตัวในราคาเอื้อมถึง

 

มาดูกันที่ตัวเครื่องและ X-Pen ทำอะไรได้บ้าง

ตัวเครื่องขนาดหน้าจอ 6 นิ้ว Full View Display ที่มาพร้อมระบบ Android One  ตัวเครื่องเป็นวัสดุโลหะ ดูสวยและดูแพงกว่าราคา มีแบตเตอรี่มาให้ใหญ่มาก ขนาด 4,000 mAh รองรับ Wi-Fi 5.0 พร้อมใช้งานสองซิมการ์ดแบบไฮปริดซึ่งเป็น 4G Dual Stanby ซะด้วย นั้นหมายถึงรองรับการเชื่อมต่อสัญญาณ 4G และ 4G VoLTE พร้อมกันทั้งสองซิมการ์ดครับ

และมีตัวปากกา X-Pen แค่เห็นหน้าตาของปากกาก็ต้องบอกว่าไม่ต่างจากแบรนด์คู่แข่งที่เค้าทำมาก่อนแต่มีขนาดยาวกว่า มีแอพพลิเคชั่น X Note รองรับการใช้งานปากกา สำหรับจดโน๊ตและวาดภาพได้

ฟังก์ชั่นของตัว X-Pen 

ในตัวเครื่องจะบอกวิธีใช้งานของ X Note แบบเข้าใจง่าย เรียนรู้ไปตามทีละขั้นตอน เห็นแบบนี้มีฟังก์ชั่นแอบเด็ดไม่แพ้แบรนด์แพง สามารถจดบันทึกที่หน้าล็อกสกรีนได้ เพียงแค่ชักปากกาออกมาจดบันทึกที่หน้าจอได้

ซึ่งมันไม่ใช่ฟังก์ชั่นใหม่ก็จริงแต่ Infinix Note 5 ก็ทำได้ดี  การตอบสนองของตัว X-Pen ถือว่าไวมาก แค่ชักปากกาออกมาเมนูที่รองรับการใช้งานปากกาก็ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ทดสอบใส่เข้าออกหลายรอบก็ไวทุกรอบ ไม่ว่าจะเป็นการดึงเพื่อบันทึกจากหน้าจอล็อก หรือการดึงปากกาออกมาเพื่อเข้าเมนูทางลัด จดบันทึกใน X-Note ดูไฟล์ หรือบันทึกภาพจากหน้าจอ ที่บันทึกภาพได้หลายรูปแบบ

แจ้งเตือนเมื่อตัว X-Pen ไม่ได้อยู่ในตัวเครื่อง เมื่อดึงปากกาออกแล้วไม่ได้ใช้งานสักพัก ระบบจะแจ้งเตือนเพื่อให้ใส่ปากกากลับเพื่อป้องกันการสูญหาย

จุดสังเกต*** ตัวเครื่องแจ้งให้เก็บปากกากันแบตหมด อาจจะหมายถึงตัวเครื่องโทรศัพท์เอง เพราะตัวปากกาเท่าที่ทดสอบใช้มา ไม่มีแบตหมดนะ

การวาดรูปผ่านแอพฯ X-Note 

เครื่องมือต่างๆ สำหรับจดบันทึกหรือวาดรูปใน X-Note จะมีเครื่องมือที่เป็นหัวปากกา 7 แบบ ดินสอ ปากกาหัวแร้ง หัวแปรง หัวปากกาเมกเกอร์  ปากกาหมึกซึม และหัวปากกาอื่น และวงล้อสีแบบมาตราฐานมาให้อีกด้วย

เกาะประเด็น:  รีวิว Realme C1 คุ้มแค่ไหนกับมือถือราคา 3,990 บาท?

สำหรับการใช้งาน X-Pen ถ้าใช้แค่งานขีดเขียนจดบันทึกทั่วๆ ไป ถือว่าทำได้ดีในสมาร์ทโฟนระดับราคาแค่นี้ แต่ถ้าจะใช้วาดรูปแบบจริงจัง อันนี้ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร การรองรับแรงกดค่อนข้างต่ำไม่สามารถทำเส้นหนาบางได้จากแรงกดได้แม่นยำเท่าแบรนด์ใหญ่ แต่อาศัยปรับตั้งค่าเส้นหนาบางได้จากตัวแอพฯ

ยกตัวอย่างเครื่องมือที่เป็นตัวหัวแปรงพู่กัน ก็สามารถสร้างงานวาดได้แบบเพลินๆ อยู่เช่นกัน

ลองทดสอบจากแอพพลิเคชั่นวาดรูปอื่น

ลองโหลดแอพพลิเคชั่น Autodesk Sketchbook แอพฯ สำหรับวาดภาพยอดนิยมของฝั่งแอนดรอยด์ มาลองทดสอบดู ผลปรากฏว่าไม่เวิร์ค  ตัว X-Pen ไม่ตอบสนองแอพฯ เท่าที่ควร ไม่มีออพชั่นพิเศษเช่นโหมดปากกาออกมาให้เลือกใช้ น่าจะเพราะไม่ได้มีการประสานงานกันมาก่อน คงต้องฝากการบ้านไว้ให้ Infinix ถ้าคิดจะเติบโตเส้นทางนี้อย่างจริงจังต้องพาพาร์ทเนอร์จากแอพอื่นมาสนับสนุน

ปัญหาคือถ้าจะใช้เพื่อแค่สเก็ตภาพพอได้ แต่พอลงสีหนักๆ ก็ออกอาการวาดไม่ติดเขียนไม่ไปออกมาให้เห็น จึงแนะนำให้ใช้แอพฯ  X-Note ที่มีมาให้ในตัวเครื่องจะดีกว่ามาก

สรุปโดยรวมสำหรับปากกา X-Pen และฟังก์ชั่นที่มาคู่กัน

ถือว่าน่าใช้เมื่อเทียบกับราคาที่ทำออกมาได้ไม่ถึงหมื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบสมาร์ทโฟนที่มีปากกาในตัวที่แบตค่อนข้างอึดใช้งานได้ยาวๆ ที่เหลือก็รอการพัฒนาและการอัพเดทต่อไป ถือว่าดีกว่าการซื้อปากกาวาดจอจากผู้ผลิตรายอื่นมาใช้บนมือถือแบบทั่วๆ ไปอย่างแน่นอน

อุปกรณ์ภายในกล่องของ Infinix Note 5 Stylus

การใช้งานภายใน

Infinix Note5 Stylus ใช้หน่วยประมวลผล Mediatek Helio MT6763 2.0Ghz ไม่ขี้เหร่มาก เป็นชิปเซ็ตระดับกลางๆ เล่นเกมพอได้ แต่ก็ไม่ได้แรงเป็นจุดขาย มาพร้อมแรม 4GB และหน่วยความจำภายใน 64GB ที่เด่นจริงๆ คือเป็นเครื่องสมาร์ทโฟนในระบบ Android One ซึ่งรองรับการอัพเดทระบบในระยะยาวไปอย่างน้อยสองปี

แค่เริ่มวางจำหน่ายก็มาพร้อมกับ Android เวอร์ชั่น 8.1 ก็จะมีฟังก์ชั่นเช่น Google Lens และ Google Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวในเวอร์ชั่นพูดภาษาไทยได้แล้ว ^^

ระบบ Android One จะเป็นระบบที่ค่อนข้างมีความเรียบง่ายครับ จะไม่ซับซ้อนมากมาย แต่ก็หมายถึงไม่มีฟังก์ชั่นพิเศษสักเท่าไหร่เช่นกัน ก็ดีในแง่การใช้งาน ไม่ยาก และไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บของตัวเครื่อง อยากจะใช้อะไรก็ติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่ต้องการเอาเอง

แต่ก็มีโหมดการใช้งานบางอย่างใส่เข้ามาให้ เช่นการแบ่งหน้าจอเพื่อทำงานสองแอพพิลเคชั่นพร้อมกันได้ครับ จะเล่นเกมไปพร้อมดูหนัง เครื่องก็ยังทำงานให้ไหวนะครับ

ประสิทธิภาพการใช้งาน พอจะเล่นเกมกราฟิกสวยๆ ได้อยู่ครับ ไม่ลื่นไหล 100% นะครับ มีกระตุกนิดๆ ให้เห็นแต่ก็เรียกว่าเอามาเล่นเกมได้ หน้าจอใหญ่คมชัดเต็มตา มุมมองจอกว้างไม่มีปัญหาอะไร เสียงจากลำโพงดังพอใช้ ออกแหลมนิดๆ

เกาะประเด็น:  รีวิว Motorola One สมาร์ทโฟนสวย โปรดี ใช้งานปลอดภัย และอนาคตไกลด้วยอัพเดทจาก Android One

ในด้านภาพและเสียงทำได้ผ่านมาตรฐานการใช้งานทั้งคู่ครับ

แบตเตอรี่อึดมาก สามารถใช้งานได้ทั้งวันได้สบายๆ เปิดจอทำงานต่อเนื่องได้ประมาณ 7 ชั่วโมงครับ อันนี้ก็เป็นข้อดี

กล้องถ่ายภาพ

กล้องถ่ายภาพของ Infinix Note5 Stylus ดีกว่าที่คาดไว้ กล้องหน้าและหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซลเท่าๆ กัน กล้องมีระยะมิติของภาพที่ดีครับ ถ่ายภาพออกมาสวยๆ ได้ไม่ยาก โฟกัสไม่ช้า

ใช้งานง่าย ฟังก์ชั่นกล้องมีไม่มากมาย แต่ก็มีระบบทำภาพละลายหลังได้ด้วยกล้องตัวเดียว

ตัวอย่างภาพถ่าย

สรุปท้ายรีวิว

เครื่องที่มาพร้อมกับปากกาในระดับแบบนี้ บอกเลยว่าในราคาไม่ถึงเก้าพันบาทหาไม่ได้ครับในตลาด ตัวเครื่องสวย ประสิทธิภาพเครื่องอยู่ในระดับเหมาะสมกับราคา แถมมาพร้อมกับระบบ Android One ที่รับประกันอัพเดทการใช้งานได้อย่างน้อยสองปี คุ้มมากทั้งในระยะสั้นและระยะยาวโดยเฉพาะถ้าใครต้องการเครื่องที่มาพร้อมระบบขีดๆ เขียนๆ

และแบรนด์ Infinix ก็เด่นที่การประกันหลังการขายด้วยนะครับ เพราะมือถือ Infinix ทุกรุ่นในไทย จะรับประกันจอแตกให้ 1 ครั้งใน 1 ปี รับประกันเปลี่ยนจอให้โดยไม่มีเงื่อนไข แถมมีบริการรับส่งเครื่องถึงมือลูกค้าโดย Kerry ด้วยนะครับ ไม่ต้องเดินทาง

ถ้ามีปัญหาแค่ติดต่อเข้า Call Center Infinix เเล้วทางเขาจะประสานงานส่ง Kerry เข้าไปรับและนำเครื่องไปส่งคืนให้แบบไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด ทุกกรณีความเสียหายการันตีดำเนินการให้เสร็จภายใน 7 วันทุกอาการครับ เรียกว่าแบรนด์นี้บริการด้านการรับประกันสุดยอดเลยครับ ^^

สำหรับร้านค้าจำหน่ายก็สามารถหาซื้อที่ช้อปออนไลน์เช่น Lazada, Shopee และ JD Central นะครับ วันนี้ก็เปิดขายกันแล้ว