ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

Samsung Gear S3

ระบบปฏิบัติการ

Tizen Wearable OS 2.3.1

ราคาเปิดตัว

12,900 บาท

ขนาดหน้าจอ

1.3 นิ้ว Gorilla Glass SR+

ความละเอียด

360X360 พิกเซล

การเชื่อมต่อ

Bluetooth 4.2
WiFi b/g/n
NFC, MST
GPS/Golnass
Accelerometer, Gyro, Barometer, HRM, Ambient light

หน่วยประมวลผล

Exynos 7270 Dual-core 1.0 GHz

หน่วยความจำภายใน

4GB

แรม

768MB

แบตเตอรี่

380 mAh

ขนาด / น้ำหนัก

46 x 49 x 12.9 มิลลิเมตร
หนัก 62 กรัม (ไม่รวมสายนาฬิกา)

ข้อดี:

หน้าจอแสดงผลที่ใหญ่ชัดเจน อ่านตัวอักษรและทัชใช้งานได้เต็มที่แม้คนนิ้วมือใหญ่
ตัววงล้อบนหน้าปัดที่ออกแบบมาเข้ากันกับการสั่งงานของระบบ
ฟังก์ชั่นการใช้งานและเซ็นเซอร์ต่างๆ ของเครื่องที่ใส่เข้ามาให้เยอะมาก ทำให้มันเป็นเครื่องที่รองรับการใช้งานตั้งแต่ขั้นเบสิคพื้นฐานยันระดับแอดวานซ์สำหรับคนที่ต้องการใช้งานเฉพาะทาง
ความทนทาน กันน้ำกันฝุ่น ผ่านมาตรฐานทดสอบทางการทหาร หน้าจอกระจก Gorilla SR+ และสายยางซิลิโคนดูทนทาน ใช้งานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะบางคนก็ไม่ได้ระมัดระวังมากสำหรับตัวนาฬิกาที่นำมาใส่ข้อมือ ต้องลุยไหนลุยกันได้
แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน ข้ามวันสบาย ใช้งานแบบผมอยู่ได้ถึงสามวันครับ

ข้อเสีย:

ยังใช้งานได้กับเครื่องสมาร์ทโฟนระบบ Android เพียงระบบเดียว
การออกแบบเน้นความเป็นผู้ชายไม่เหมาะกับผู้ใช้งานที่เป็นผู้หญิง

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
คุณสมบัติและฟังก์ชั่น
90%
78%
วัสดุและงานประกอบ
92%
80%
ประสิทธิภาพ
80%
81%
ความคุ้มค่าต่อราคา
70%
75%
บทสรุป:

ดุดัน แข็งแรง กันน้ำกันฝุ่น ชอบมากในเรื่องของการออกแบบ ทั้งสวยงามและใช้งานง่าย มีความสมบูรณ์ของภาษาไทยและความครบครันของระบบสูงมาก เซ็นเซอร์ครบ ประสิทธิภาพและความสามารถโดยรวมแล้วถือว่าเป็นสมาร์ทวอทช์ที่ดีมากๆ ในตอนนี้เลยครับ

83%
คะแนนจากเรา
79%
คะแนนจากสมาชิก
59คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

Samsung Gear S3 เป็นสมาร์ทวอทช์ตัวล่าสุดของซัมซุงที่นำเข้ามาจำหน่ายกันในประเทศไทยครับ ความสามารถก็พัฒนามามากกว่าเดิมเยอะเลยทีเดียว เพราะก็ออกมากันต่อเนื่องหลายรุ่นแล้ว การพัฒนาก็มาไกลแล้วละครับ ทั้งเรื่องของการใช้งานและการออกแบบตัวเรือนภายนอก สวยหรูดูดูดี ทนทาน และง่ายต่อการใช้งานมากๆ

ตัวเครื่องที่ผมได้รับมาทดสอบใช้งาน เป็น Samsung Gear S3 รุ่น Frontier นะครับ โดยเจ้า Gear S3 จะมีนำเข้ามาจำหน่ายสองรุ่นครับ รุ่น Classic ที่เน้นความหรูหราเพราะว่ามาพร้อมกับสายหนัง และรุ่น Frontier ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้นความทนทานสักหน่อย เพราะสายที่ให้มาจะเป็นสายซิลิโคน และเป็นรุ่นที่ผ่านการทดสอบความแข็งแรงทางด้านการทหาร  (Military Standard) มาด้วย ทำให้มันสามารถนำไปใช้ได้ในทุกสภาพอากาศ หนาวจัด ร้อนจัด โดยใช้กระจกหน้าจอเป็น Gorilla SR+ ป้องกันรอยขีดข่วนขั้นสูง และมีมาตรฐานการกันน้ำ IP 68 บุกตะลุยไปได้กับเราทุกที่ทุกสถานการณ์ครับ

samsung-gear-s3pc123289

Samsung Gear S3 รุ่นที่ไทยนำเข้ามาจำหน่ายตัวนี้ มีการเชื่อมต่อผ่านสัญญาณบลูทูธ และเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi ได้ครับ แต่ไม่รองรับการใส่ซิมการ์ดใช้งานนะครับ สามารถใช้ในการโทรออกรับสายได้เมื่อเชื่อมต่ออยู่กับสมาร์ทโฟนเท่านั้น

samsung-gear-s3pc123307

สเปคของ Samsung Gear S3 ทั้งสองรุ่น

15027650_10154892076772590_4154071981814926377_n-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b2

การออกแบบและวิธีการสั่งงาน

การออกแบบภายนอกของ Samsung Gear S3 Frontie นั้นดูดุดันครับ ด้วยขนาดตัวเรือนและโทนสีบอกเลยว่าเหมาะกับผู้ชายอย่างชัดเจน ใครที่ชอบนาฬิกาเรือนใหญ่ๆ น่าจะถูกใจ ตัวงานประกอบ เนื้อวัสดุ การออกแบบ น้ำหนัก และขนาดตัวเครื่อง ผมตอบให้ว่าใช่เลย มันผู้ชายมากๆ เป็นสมาร์ทนาฬิกาที่เสริมความแมนของผู้ใส่มากพอสมควร เรื่องการออกแบบภายนอกทำออกมาแบบมีบุคลิกที่ชัดเจน

สายนาฬิกาใช้ไซด์มาตรฐาน 22 มิล สามารถนำสายนาฬิกาทั่วไปมาเปลี่ยนใช้แทนได้ถ้าต้องการ

samsung-gear-s3pc123274

หน้าแสดงผลของ  Samsung Gear S3 ในหน้าแรก หรือ watch faces จะมีให้เราเลือกใช้มากมายหลายแบบมากๆ ผมว่ามันอาจจะมากที่สุดแล้วสำหรับอุปกรณ์ SmartWatch ในปัจจุปัน โดยมีหน้า watch faces ที่ได้รับการออกแบบมาโดยแบรนด์หรือนักออกแบบชื่อดังให้เลือกใช้เยอะมากครับ ซึ่งแต่ละหน้าปัดจะมีความสามารถต่างกันและแสดงผลข้อมูลสำคัญต่างกันอีกด้วย เอาแค่หน้าปัด watch faces ที่เราจะต้องเลือกใช้ ก็เลือกกันไม่ถูกแล้วละครับ

หลักการสั่งงานของ  Samsung Gear S3 จะอาศัยการทัชและสไลด์หน้าจอรวมทั้งการหมุดวงล้อบนหน้าปัด และปุ่มควบคุมที่มีทั้งปุ่มย้อนกลับและปุ่มโฮม ในหน้าแรกเราจะสามารถสไลด์จอไปทางซ้ายเพื่อเรียกใช้ฟังก์ชั่นและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่วางไว้เป็น Widget ด่วน และการสไลด์ไปทางขวาเพื่อเข้าหน้าการแจ้งเตือนต่างๆ ซึ่งเตือนได้แทบทุกอย่างเลย ทัชค้างบนหน้าปัดในฟังก์ชั่นที่รองรับจะเหมือนเป็นปุ่มเมนูเปิดการตั้งค่า ส่วนการสไลด์นิ้วลงจากขอบหน้าปัดด้านบน แทนการกดปุ่มย้อนกลับได้เช่นกันครับ

หน้าจอนาฬิกาขนาด 1.3 นิ้ว ใหญ่มากพอจะสามารถใช้อ่านข้อความ เช็คอีเมลเข้า รวมถึงการดูการแจ้งเตือนต่างๆ หลายอย่าง ซึ่งหลังจากผมได้ลองใช้งานเจ้า Samsung Gear S3 ทำให้ผมลดการหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงได้มากกว่า 70% เลยครับ

เกาะประเด็น:  รีวิว Samsung Tab A with S-Pen (2019) แท็ปเล็ต 8 นิ้วตัวใหม่ ที่มาพร้อมปากกา S-Pen

หน้าจอนาฬิกาจะสามารถติดขึ้นมาเองทันทีที่ยกมือขึ้นในมุมองศาที่ต้องการดูนาฬิกาครับ หรือจะกดปลุกจอขึ้นเองเมื่อต้องการก็ได้เช่นกันจากปุ่มกดข้างเครื่อง ซึ่งถ้าต้องการให้หน้าจอดับลงทันทีก็แค่เอาฝ่ามือปิดบนหน้าจอครับ

samsung-gear-s3pc123320

สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษ ก็คือตัวควบคุมซึ่งเป็นวงแหวนหมุนรอบหน้าปัด มันสามารถทำงานทดแทนการสไลด์หน้าจอได้แบบคล่องตัวกว่ามาก มันสามารถหมุนซ้ายและขวาเพื่อเลื่อนตัวเลือกได้ทุกๆ ฟังก์ชั่นการทำงาน นี่คือจุดเด่นเลยครับ ออกแบบมาได้แข็งแรง ประสานการสั่งงานกับหน้าจอทัช ทำงานต่างๆ ได้คล่องตัวมาก

ตัวนาฬิกาสามารถปรับระดับความสว่าง ปรับระดับเสียงแจ้งเตือนในโหมดต่างๆ แยกกันได้ (มีลำโพงในตัว) มีตัวแท่นชาร์จเป็นแบบระบบไร้สาย แค่วางไว้ก็กลายเป็นการชาร์จ เปลี่ยนตัว Gear S3 ให้กลายเป็นนาฬิกาหัวเตียงได้ในตัวขณะชาร์จครับ

samsung-gear-s3pc123263

การทำงานต่างๆ

Samsung Gear S3 เป็นสมาร์ทวอทช์ที่สามารถใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟนในระบบ Android (4.4 ขึ้นไป) ได้ทุกรุ่นครับ โดยจะมีความสามารถพื้นฐานที่ใส่เข้ามาไว้ในตัว เช่นระบบการวัดการเคลื่อนไหวและตรวจจับร่างกายจากเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ใส่เข้ามาให้ไว้ภายใน เช่นที่วัดชีพจรการเต้นของหัวใจติดตั้งไว้อยู่ด้านหลังตัวเรือน

samsung-gear-s3pc123294

รวมทั้งเซนเซอร์อื่นๆ เช่น Altimeter วัดความสูง / Barometer วัดและคำนวณความดันอากาศ / Speedometer วัดความเร็วผ่านการจับตำแหน่งของ GPS สิ่งเหล่านี้เพื่อทำงานผ่านฟังก์ชั่นการออกกำลังกายและตรวจจับการเคลื่อนไหว

เราจะเดิน จะวิ่ง จะนอน หรือจะนั่ง มันรู้หมดครับ เราอยู่เฉยๆ นานๆ เขาก็เตือนให้ลุกออกกำลังกาย มีการตรวจวัดก้าว คำนวนแคลอรี่ พร้อมกับตรวจชีพจรอัตโนมัติระหว่างวัน ทั้งหมดจะโดนบันทึกลงเอาไว้ในแอพพลิเคชั่น S Health เป็นโปรไฟล์ส่วนตัวของเรา รวมถึงเพื่อใช้กับแอพพลิเคชั่นที่เราจะติดตั้งเพิ่มเติมได้เองจากใน Galaxy Store

pc123348

ใช้งานในด้านการออกกำลังกาย เช่นการเดิน เดินเขา วิ่ง วิ่งหรือเดินบนลู่วิ่ง ปั่นจักรยานหรือจักรยานออกกำลังกาย ทำท่าบริหารร่างกายอย่างลันจ์ ครันช์ หรือสควอท เหล่านี้เราสามารถใช้ Samsung Gear S3 ตรวจจับจำนวนครั้ง ระยะเวลา ระยะทาง และแคลอรี่ที่เผาผลาญไปได้โดยอัตโนมัติครับ

samsung-gear-s3pc123357

การทำงานต่างๆ ของมันจะทำอะไรได้บ้างนั้น ก็ตามความสามารถของแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้ง ซึ่งแอพพลิเคชั่นของ Gear S3 เป็นรุ่นที่เราสามารถติดตั้งแอพพลิเคชั่นด้วยตัวนาฬิกาเองโดยตรงได้โดยไม่ต้องผ่านสมาร์ทโฟนแล้วนะครับ แต่แน่นอนว่าในสมาร์ทโฟนจะทำได้ง่ายกว่า และค้นหาแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้ง่ายกว่าด้วย โดยมันจะมีทั้งแอพพลิเคชั่นใช้งานรวมถึงเกมที่สามารถเล่นได้บนนาฬิกาอีกด้วยนะ ประสิทธิภาพเล่นเกมไหวเลยละครับ ลื่นๆ ^^

สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทโฟน จำเป็นต้องเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่น  Samsung Gear (สามารถติดตั้งได้จาก Google PlayStore) เชื่อมต่อง่ายครับ ตัวแอพจะนำทางไปสำหรับผู้ใช้มือใหม่ไม่น่าจะงงแน่นอน

หลังการเชื่อมต่อแล้ว เราจะเข้าถึงระบบต่างๆ ของ Gear S3 ได้ทั้งหมด ดูสถานะแบตเตอรี่ หน่วยความจำคงเหลือ และการกำหนดค่าต่างๆ อยู่ภายในแอพพลิเคชั่นแอพนี้แอพเดียวทั้งหมดเลยครับ ค่อยๆ ทำความเข้าใจไม่น่าจะยากอะไร แอพนี้สำคัญครับ ใช้ในการควบคุมทุกอย่างของ Gear S3 และใช้อัพเดทระบบต่างๆ ให้กับตัวนาฬิกาอีกด้วย

เกาะประเด็น:  รีวิว Samsung Galaxy Tab S5e ใช้ทำงานก็เต็มที่ ใช้บันเทิงก็จอสวยเสียงดี บางเฉียบเพียง 5.5 มิล

หน้าปัดนาฬิกาสวยๆ มากมายหลากหลาย มีทั้งฟรีและเสียตังค์ เลือกดาวน์โหลดและติดตั้งมาใช้งานได้เองตามใจเลยครับ สวยๆ เพียบเลย

อยากจะเปิดปิดการแจ้งเตือนใดบ้าง ต้องการให้แจ้งเตือนแบบไหนในนาฬิกา ทุกอย่างตั้งค่าได้ โดยแสดงผลเป็นภาษาไทยสมบูรณ์ 100% ทั้งตัวเมนูและข้อความแจ้งเตือน แสดงรูปสติ๊กเกอร์ของแอพ Facebook และ Line ได้ โดยรูปการเตือนตั้งได้ทั้งให้มีการสั่น มีเสียง และการปลุกหน้าจอขึ้นมาแสดงทันทีที่มีการแจ้งเตือนเข้ามาครับ

samsung-gear-s3pc123259

สายเรียกเข้ามาขณะขับรถ ก็สนทนาผ่านตัวนาฬิกาได้โดยตรงเลยครับ สะดวกเลยสำหรับคนขับขี่รถยนต์ สามารถตั้งเลขหมายโทรด่วนเพื่อโทรออกได้แบบรวดเร็วและสะดวกก็ได้นะ

20161209_140751

ในการใช้งานเป็นโทรศัพท์ ถ้าเราเชื่อมต่อตัว Gear S3 อยู่กับหูฟังบลูทูธไว้แล้ว หรือจะสนทนาผ่านตัวลำโพงและไมค์ของ Gear S3 โดยตรง ก็กดโทรออกด้วยตัวนาฬิกาได้เลยโดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาครับ มันซิงก์รายชื่อติดต่อและรายการโทรย้อนหลัง รวมทั้งสามารถกดหมายเลขปลายทางเองได้ทั้งหมดเลย

สามารถใช้เสียงสั่งงานผ่าน Gear S3 (ยังไม่รองรับภาษาไทย) มีข้อความสำหรับการตอบกลับด่วนที่เราตั้งค่าไว้ล่วงหน้าได้ มีฟังชั่นขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ด้วยการส่งข้อความ SOS พร้อมแชร์โลเคชั่นไปพร้อมกัน

screenshot_2016-12-12-17-55-36

 

รวมถึงมีMemory ในตัว ทำให้มันสามารถซิงก์รูปถ่ายหรือเพลงเอาไว้ใช้ดูใช้ฟังบนตัวมันได้โดยไม่ต้องพึ่งพาโทรศัพท์เสมอไปครับ

pc123345

เรื่องของแบตเตอรี่นั้น ตัว Gear S3 อยู่กับผมได้นานถึงสามวันครับ ใช้งานในระดับกลางๆ เน้นการแจ้งเตือนและการตรวจชีพจรและการเคลื่อนไหวตามฟังก์ชั่นของตัวนาฬิกา ส่วนการชาร์จพลังงานกลับเข้าเครื่องก็ทำเวลาได้ดีนะ ชาร์จแค่ประมาณครึ่งชั่วโมง แบตเตอรี่ก็พร้อมใช้งานต่อได้เป็นวันแล้ว (มีโหมดการประหยัดพลังงาน Power-Off Watch เปลี่ยนตัวเองเป็นแค่นาฬิกาบอกเวลา แบต 5% เขาว่าจะใช้งานได้นานถึง 10 ชั่วโมง

20161207_192810

สรุปท้ายรีวิว

สรุปสำหรับการใช้งาน Samsung Gear S3 ส่วนตัวผมชอบเรื่องของการออกแบบที่ดูเป็นผู้ชายของมันมากที่สุด เป็นสมาร์ทวอทช์ที่สวยที่สุดแล้วสำหรับผมในตอนนี้ครับ และจุดเด่นที่น่าสนใจอื่นๆ ที่คิดว่าคนอื่นน่าจะชอบกันก็คือ

  • หน้าจอแสดงผลที่ใหญ่ชัดเจน อ่านตัวอักษรและทัชใช้งานได้เต็มที่แม้คนนิ้วมือใหญ่ๆ อย่างผม
  • ตัววงล้อบนหน้าปัดที่ออกแบบมาเข้ากันกับการสั่งงานของระบบ
  • ฟังก์ชั่นการใช้งานและเซ็นเซอร์ต่างๆ ของเครื่องที่ใส่เข้ามาให้เยอะมาก ทำให้มันเป็นเครื่องที่รองรับการใช้งานตั้งแต่ขั้นเบสิคพื้นฐานยันระดับแอดวานซ์สำหรับคนที่ต้องการใช้งานเฉพาะทาง
  • ความทนทาน กันน้ำกันฝุ่น ผ่านมาตรฐานทดสอบทางการทหาร หน้าจอกระจก Gorilla SR+ และสายยางซิลิโคนดูทนทาน ใช้งานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะบางคนก็ไม่ได้ระมัดระวังมากสำหรับตัวนาฬิกาที่นำมาใส่ข้อมือ ต้องลุยไหนลุยกันได้
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน ข้ามวันสบาย ใช้งานแบบผมอยู่ได้ถึงสามวันครับ

สำหรับข้อด้อยก็ไม่ใช่ไม่มีนะครับ เพราะเจ้า Gear S3 ดูจะการออกแบบมาได้ไม่สนผู้หญิงเอาซะเลย แต่ถ้าสาวๆ คนไหนชอบใส่นาฬิกาผู้ชายดุๆ ก็เท่ดีนะครับ^^ และซัมซุงไทยจะไม่มีการนำเข้า Gear S3 รุ่นที่รองรับการใส่ซิมการ์ดเข้ามาจำหน่ายครับ จะมีเพียงแค่ Samsung Gear S3 Classic ที่มาพร้อมกับสายหนังหรู และรุ่น Gear S3 Frontie ที่ผมนำมารีวิว เป็นสองรุ่นในแบบที่ไม่มีช่องใส่ซิมทั้งคู่ ซึ่งเปิดราคาไปกันแล้ว 12,900 บาททั้งสองรุ่นครับ

ซึ่งถ้าใครจะนำไปใช้กับสมาร์ทโฟนของตัวเอง แนะนำให้เอามือถือไปลองเชื่อมต่อกับ Gear S ที่ร้านดูก่อนนะครับ เพื่อความแน่ใจว่าใช้งานกันได้แน่ๆ ครับ

15107362_10154892076797590_6671188786136703142_n-768x414