คุณกำลังอ่าน
ก่อนจะมาเป็น Facebook Reaction ปุ่ม Like ใหม่ Facebook ยังมีอะไรอีกเยอะที่น่าสนใจ

ก่อนจะมาเป็น Facebook Reaction ปุ่ม Like ใหม่ Facebook ยังมีอะไรอีกเยอะที่น่าสนใจ

Avatar

ตอนนี้เราทุกคนคงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับปุ่ม Like (ถูกใจ) ใน Facebook กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วล่ะครับ หลังจากที่ทาง Facebook ได้ทำการทดสอบเจ้าปุ่ม Like แบบใหม่นี้กับในหลายประเทศก่อนที่จะทำการเปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการให้ใช้กันในทั่วโลกโดยเรียกฟีเจอร์นี้ว่า “Reaction” ซึ่งถึงแม้ว่าเจ้าฟีเจอร์ดังกล่าวนี้จะไม่ใช่เครื่องมือที่แปลกใหม่อะไรนัก แต่มันก็ถือเป็นการเพิ่มเติมการแสดงความรู้สึกให้กับโพสต์ต่างๆบน Facebook ได้เป็นอย่างดีทีเดียว จากที่แต่ก่อนเราสามารถทำได้เพียง “ถูกใจ” เท่านั้น ถึงแม้ว่าโพสต์ดังกล่าวจะเป็นเรื่องที่ “ว้าววว” แบบสุดๆหรือ “เศร้า”แบบสุดๆก็ตาม แต่ตอนนี้เราทุกคนจะสามารถแสดงความรู้สึกได้หลากหลายขึ้นไม่ว่าจะเป็น “รักเลย,” “ฮ่าๆ,” “ว้าว,” “เศร้า,” และ “โกรธ”

หากพูดถึงการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้ามาใน Facebook นั้น อันที่จริงภารกิจนี้ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วล่ะครับ จากที่ทาง Facebook ได้รับ Feedback จากผู้ใช้เป็นจำนวนมากมาเป็นเวลายาวนานติดต่อกัน นาย Mark Zuckerberg จึงมองว่าเราควรที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในส่วนนี้จริงๆได้แล้ว เพื่อให้เหล่าผู้ใช้ได้มีหนทางใหม่ๆในการแสดงปฏิสัมพันธ์กับโพสต์ต่างๆได้เหมาะสมมากขึ้น โดยเหตุผลที่เห็นได้ชัดเลยคือไม่ใช่ทุกโพสต์บน Facebook ที่เป็นที่ชื่นชอบ “ถูกใจ” ผู้ใช้ทุกคนนั่นเองครับ

และนั่นก็เป็นหน้าที่รับผิดชอบของ Julie Zhuo ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Facebook โดยในตอนนั้นเองผู้ใช้มีตัวเลือกการปฏิสัมพันธ์เกี่ยวกับโพสต์เพียงแค่การกด Like หรือคอมเมนต์ให้กับโพสต์ต่างๆเท่านั้น ซึ่งถึงแม้ว่าการพิมพ์ข้อความคอมเมนต์จะเป็นการแสดงปฏิสัมพันธ์ต่อโพสต์ได้เหมาะสมที่สุด แต่จากผลสำรวจของ Facebook เองพบว่าผู้ใช้กว่า 90% เข้าใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน ดังนั้นการพิมพ์ข้อความต่างๆผ่านสมาร์ทโฟนจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักเพราะมันใช้เวลามากเกินไป จึงทำให้ทาง Julie Zhuo เริ่มคิดว่า Emoji น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะแก้ปัญหาในส่วนนี้

121
Julie Zhuo ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Facebook

เพราะว่า Emoji นั้นถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถแสดงความรู้สึกต่างๆได้อย่างง่ายดาย กระชับและสนุกขึ้น ทั้งนี้ยังมีการศึกษาของศาสตราจารย์ Vyvyan Evans ศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยบังกอร์ที่พบว่าเกือบ 70% ของความหมายในภาษาพูดมาจากอวัจนภาษาอย่างภาษากายและการแสดงออกทางสีหน้า และนั่นก็ทำให้ภารกิจของ Facebook เริ่มต้นขึ้นว่าจะเลือกนำ Emoji ตัวไหนเพิ่มเข้ามาบ้าง เพราะว่า Emoji ต่างๆมีให้เลือกใช้อยู่มากมายหลายร้อยอย่าง

โดยทาง Zhuo ต้องการจำกัดไม่ให้มีตัวเลือกมากเกินไปนักสำหรับผู้ใช้เพื่อไม่ให้มันดูเทอะทะ (เยอะ!!)เกินไป โดยในตอนนั้นเธอได้กล่าวเอาไว้ว่า “มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่เราจะเพิ่ม Emoji ตัวไหนเข้ามา เพราะ Emoji เหล่านั้นจะมีผู้ใช้หลายพันล้านครั้งต่อวันเชียวนะ”

ซึ่งการจะเลือกเฟ้นหา Emoji ที่ควรนำมาใช้จากอารมณ์หลากหลายของมนุษย์นั้น ทาง Zhuo ได้เลือกใช้ข้อมูลของศาสตราจารย์ Dacher Keltner ศาสตราจารย์วิชาจิตวิทยาสังคมที่ UC Berkeley (University of California, Berkeley) ผู้ซึ่งเป็นที่ปรึกษาให้กับ Pixar ในภาพยนตร์อนิเมชั่นดีๆเรื่อง “Inside Out มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง” นั่นเองครับ

ศาสตราจารย์ Dacher Keltner ได้ร่วมงานกับ Facebook มาก่อนแล้วเมื่อปี 2014 ในการพัฒนาสติ๊กเกอร์ต่างๆเข้ามาใน Messenger ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
ศาสตราจารย์ Dacher Keltner ได้ร่วมงานกับ Facebook มาก่อนแล้วเมื่อปี 2014 ในการพัฒนาสติ๊กเกอร์ต่างๆเข้ามาใน Messenger ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

และจากการสอบถามศาสตราจารย์ Dacher Keltner ก็ได้ความมาว่า Emoji ต่างๆที่จำเป็นต่อการแสดงอารมณ์ของมนุษย์นั้นมีอยู่ประมาณ 20 ชนิดด้วยกัน แต่อย่างที่บอกล่ะครับว่าทาง Zhuo ไม่อยากให้มันเยอะเกินไปนัก

ทำให้ทีมพัฒนาของ Facebook ต้องหันกลับมาโฟกัสในส่วนของความรู้สึกที่ถูกใช้บ่อยๆใน Facebook  โดยทาง Zhuo แลทีมได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้านความรู้สึกของผู้ใช้ในทั่วโลกว่า..อารมณ์แบบไหนบ้างที่ถูกใช้อยู่เป็นประจำและบ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้สติ๊กเกอร์, Emoji และการคอมเมนต์ด้วยคำคำเดียว ซึ่งจากการวิเคราะห์ดังกล่าวนี้ทำให้เธอได้มาซึ่งความเป็นจริง โดยเธอและทีมพบว่าสติกเกอร์ที่แสดงความรักนั้นถูกใช้มากที่สุด นอกจากนี้ก็จะมีการแสดงความรู้สึกตลก รู้สึกเศร้าและช็อคตามมาเป็นลำดับ ซึ่งหลังจากที่ได้ข้อมูลเหล่านี้มาก็มาถึงช่วงเวลาของการทดสอบกับผู้ใช้แล้วครับ

จากภาพด้านล่างนี้จะเห็นว่า Emoji มีอยู่หลายสไตล์มากๆก่อนที่จะกลายมาเป็น Emoji สุดท้ายที่เราได้ใช้งานกันครับ

Reactions-Variations-482x263
หน้าตา Emoji ต่างๆก่อนจะมาเป็นฟีเจอร์ “Reaction” ใน Facebook

ในส่วนของการออกแบบ Geoff Teehan ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบอีกท่านหนึ่งได้อธิบายเอาไว้ว่า ในการออกแบบ Emoji นั้นจำเป็นที่จะต้องเป็นสากลและชัดเจนมากๆ เพื่อไม่ให้มีความคลุมเครือเกิดขึ้นในวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ก่อนที่ทั้ง 6 Emoji จะโผล่มาเพิ่มให้เราได้ใช้กันนั้น อันที่จริงแล้วมันยังมีอีก Emoji หนึ่งที่ไม่ได้ถูกเปิดให้ใช้งานนั่นก็คือ “Yay” โดยเหตุผลที่มันไม่ถูกใส่เข้ามาก็เป็นเพราะจากการทดสอบมีผู้ใช้งาน Emoji ตัวนี้น้อยที่สุด ซึ่งคาดว่าเป็นเพราะมันค่อนข้างจะคลุมเครือระหว่างการดีใจ การหัวเราะและอาการเขินๆครับ

reactionsnews

นอกจากนี้ในส่วนของการออกแบบก่อนจะมาเป็นฟีเจอร์ Reaction นั้น ต้องบอกว่ามันผ่านกระบวนกการพัฒนามาหลายต่อหลายครั้งมากๆ ก่อนที่จะกลายมาเป็น Emoji เคลื่อนไหวได้ (GIFs) เพื่อให้แสดงความชัดเจนของอารมณ์และความรู้สึกได้ดีขึ้น ทางทีมพัฒนาได้ระบุเอาไว้ว่าก่อนหน้านี้ Emoji ต่างๆไม่มีคิ้วนะครับ (555) แต่หลังจากที่เพิ่มคิ้วให้แล้วก็ทำให้มันแสดงออกทางสีหน้าได้ชัดเจนขึ้นมาก ทั้งนี้ทีมพัฒนายังเปิดเผยต่อไปอีกว่าในอนาคตเจ้า Emoji เหล่านี้อาจเปล่งเสียงออกมาได้นิดหน่อยด้วย

คัดมาเพื่อคุณ

reactions-graphics-video_480.gif.png

การแสดงใต้โพสต์

สำหรับทาง Zhuo และทีมนั้นความท้าทายครั้งใหญ่ก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้งกับการที่ต้องช่วยกันคิดว่าจะใช้วิธีการแสดงใต้โพสต์อย่างไรดี โดยก่อนหน้านี้ในช่วงทดสอบมีการแสดงใต้โพสต์ทั้ง 6 Emoji เลย แต่ด้วย Feedback ที่ได้รับคือ..มันดูรกเกินไป!! จึงได้มีการลดลงมาเหลือเพียงการแสดงจำนวนของผู้กดถูกใจเช่นเดียวกับตอนแรก แต่นั่นก็ทำให้เป้าหมายที่ทีมพัฒนาตั้งไว้ตอนแรกเปลี่ยนไป เพราะฟีเจอร์ “Reaction” นั้นทาง Facebook ต้องการให้มันดูสวยงาม หลากหลายและแตกต่างไปจากเดิม

จนในที่สุดทาง Facebook ก็เลือกที่จะเดินสายกลางด้วยการแสดง Emoji 3 ชนิดที่มีผู้เลือกใช้กับโพสต์นั้นๆมากที่สุด ดังนั้นเราจะสามารถเห็นได้ง่ายๆครับว่าโพสต์นั้นๆคนส่วนใหญ่คิดอย่างไรกับมัน ซึ่งหากใครที่ต้องการดูความคิดเห็นทั้งหมดที่มีต่อโพสต์ก็สามารถกดเข้าไปดูได้เลยครับ

ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงหลายๆครั้งที่ผ่านมาที่เกิดขึ้นกับ Facebook จะไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือว่า Facebook ทำได้ค่อนข้างดีทีเดียวครับ เพราะเหล่าผู้ใช้ทั้งหลายจะได้เห็นถึงความแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นในหน้า News Feed ของตนเอง อีกทั้งเจ้าฟีเจอร์ “Reaction” นี้ยังให้ความรู้สึกของการเป็นมนุษย์มากขึ้นด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่หลากหลายในแต่ละโพสต์นั่นเองครับ

 

 

View Comment (1)

Leave a Reply