[พรีวิว] Display Dock และ Continuum จุดขายของ Windows 10 mobile และ Lumia 950

หลังจากที่เราได้นำเสนอบทความพรีวิวมือถือเรือธงของ Microsoft สำหรับตลาดประเทศไทยในปีหน้าอย่าง Microsoft Lumia 950 และ Lumia 950 XL ไปแล้ว

แต่ว่าในงานเดียวกันนี้ Microsoft ยังได้โชว์ฟังก์ชั่นขายอย่างหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นจุดขายที่เด่นที่สุดของ Windows 10 mobile และมือถือทั้ง 2 รุ่นอย่างฟังก์ชั่น Continuum ที่จะแปลงมือถือของเราให้เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดย่อมและยังใช้งานเป็นมือถือได้ในเวลาเดียวกันอีกด้วย

Preview_Lumia 950_38

จากการได้สัมผัสมันมาในช่วงเวลาหนึ่ง บอกได้เลยว่านี่เป็นฟังก์ชั่นที่หลายๆคนน่าจะชอบมันได้ไม่ยาก (โดยเฉพาะคนทำงาน) และบอกได้คำเดียวว่านี่คือฟังก์ชั่นที่สร้างความต่างของ Windows 10 mobile ออกจากระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนอื่นๆได้อย่างน่าสนใจ

Preview_Lumia 950_36

 

Continuum

นี่คือชื่อเรียกคุณสมบัติที่ทำให้มือถือของเราทำงานเสมือนเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามาเป็นครั้งแรกใน Windows 10 mobile โดยหลักการทำงานของฟังก์ชั่นนี้จะทำงานได้ 2 รูปแบบคือแบบใช้สายสำหรับการเชื่อมต่อ (Wired connection) และแบบไร้สาย (Wireless connection)

Continuum for phone

และในงานนี้ Microsoft ก็สาธิตความสามารถทั้ง 2 รูปแบบให้เราได้เห็นกัน แต่จะเน้นไปที่การเชื่อมต่อมีสายผ่านอุปกรณ์ที่ชื่อว่า Display Dock ซึ่งเปิดตัวพร้อมกับ Microsoft Lumia 950 และ Lumia 950 XL นั่นเอง

การทำงานร่วมกับ Display Dock

คืออุปกรณ์เสริมที่จะทำหน้าที่เป็นทั้งตัวเชื่อมต่อมือถือของเราเข้ากับหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นมอนิเตอร์, ทีวี หรือหน้าจอใดๆ และยังทำหน้าที่เป็นฮับสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมอื่นๆด้วย เพราะเจ้า Display Dock นั้นมีพอร์ต USB 2.0 ปกติจำนวน 2 พอร์ต, พอร์ต USB 2.0 แบบแรงดันไฟสูง 1 พอร์ต, พอร์ตเชื่อมต่อ HDMI 1 พอร์ตและพอร์ต Display Port อีก 1 พอร์ต

การเชื่อมต่อแบบจัดเต็ม

การเชื่อมต่อแบบจัดเต็ม

โดยเมื่อเชื่อมต่อแล้วด้วยคุณสมบัติของ Windows 10 mobile จะทำให้มือถือของเราเข้าสู่โหมด Continuum ทันที

และเมื่ออยู่ในโหมด Continuum แล้ว ระบบจะแสดงผลบนหน้าจอที่มือถือของเราเชื่อมต่ออยู่ โดยแสดงผลเหมือนกับหน้าจอ Windows 10 บนเครื่องพีซีเปี๊ยบ

Preview_Lumia 950_16

สิ่งที่ทำให้เรารู้ว่านี่คือการเชื่อมต่อผ่านโหมด Continuum คือ แถบเครื่องมือด้านบนที่ยังคงแสดงสถานะการเชื่อมต่อของเครือข่ายโทรศัพท์ของเราอยู่

จะเห็นสัญลักษณ์ 4G มุมซ้ายบนของหน้าจอ

จะเห็นสัญลักษณ์ 4G มุมซ้ายบนของหน้าจอ

ส่วนที่มือถือของเราจะแสดงผลเป็นทัชแพดที่ใช้สำหรับควบคุมการทำงานบนหน้าจอนั้นๆได้ด้วยคำสั่งประเภท gesture และทสิ่งที่เป็นประโยชน์อีกอย่างหนึ่งคือการเชื่อมต่อกับ Display dock นั้นจะชาร์จแบตโทรศัพท์ให้กับเราด้วย เพราะฉะนั้นเราก็สามารถใช้งานโหมด Continuum ได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องพะวงกับแบตเตอร์รี่มือถือของเราระหว่างการใช้งานเลย

Preview_Lumia 950_18

หากเราไม่ต้องการให้ระบบแสดงหน้าจอมือถือในโหมดทัชแพด เราก็สามารถเลือกโหมด mirror เพื่อให้ทั้ง 2 หน้าจอแสดงผลเหมือนกัน หรือจะเลือกใช้งานแอพอื่นบนมือถือเลยก็ได้เช่นกัน

 

หรือเราจะเชื่อมต่อคีย์บอร์ดหรือเมาส์เข้ากับเจ้า Display Dock เพื่อการทำงานแบบเต็มรูปแบบแทนก็ได้

Preview_Lumia 950_41

เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม และทำงานแบบเต็มรูปแบบ

 

ที่น่าสนใจคือระหว่างช่วงการนำเสนอผ่าน PowerPoint ทั้งหมดของงานนั้น ทาง Microsoft นำเสนอผ่านเจ้า Lumia 950 ในโหมด Continuum นี้ด้วย ซึ่งต้องบอกว่าการนำเสนอเป็นไปอย่างลื่นไหลครับ แทบไม่รู้สึกเลยว่าการเปิด PowerPoint ทั้งหมดจะทำผ่านมือถือของเราเอง

การนำเสนอทั้งหมดตลอด 1 ชั่วโมงทั้ง PowerPoint และวิดีโอ ทำผ่านเจ้า Lumia 950 เครื่องนี้

การนำเสนอทั้งหมดตลอด 1 ชั่วโมงทั้ง PowerPoint และวิดีโอ ทำผ่านเจ้า Lumia 950 เครื่องนี้

 

อีกหนึ่งจุดเด่นของโหมด Continuum คือ เรายังคงสามารถใช้งานมือถือของเราได้ตามปกติ การรับสายหรือโทรออกยังคงสามารถใช้งานได้เช่นเดิม (ระหว่างการพรีเซ้นท์มือถือของวิทยากรก็มีคนโทรเข้ามาพอดี ช่างประจวบเหมาะจริงๆ)

รวมถึงระหว่างที่เรากำลังใช้งานโหมด Continuum อยู่ (เช่นจากภาพเราใช้งานแอพแผนที่ในโหมด Continuum อยู่) เรายังสามารถเล่นแอพอย่าง Facebook บนมือถือของเราได้ทันทีโดยการทำงานยังราบลื่นอยู่ทั้ง 2 หน้าจอ

Preview_Lumia 950_46

และการใช้ประโยชน์จากสเปคที่จัดมาแบบเต็มที่ของ Lumia 950 และ 950 XL นั้น ทำให้เราสามารถใช้งานระบบแบบ Multi-tasking โดยเรียกใช้งานแอพที่ต้องใช้ทรัพยากรเครื่องที่ค่อนข้างสูงพร้อมๆกันได้ด้วย โดยในตัวอย่างนี้จะเห็นว่าเราเปิดแอพดูวิดีโอแบบ Full HD ในเครื่อง, เปิดเอกสาร excel, เปิดแอพแผนที่และยังเปิดเล่นเกมส์ Dungeon Hunter 4 บนมือถือไปพร้อมๆกันด้วย

สังเกตุที่หน้าจอมือถือ เปิดเกมส์กินสเปคอย่าง Dungeon Hunter 4 อยู่ด้วย

สังเกตุที่หน้าจอมือถือ เปิดเกมส์กินสเปคอย่าง Dungeon Hunter 4 อยู่ด้วย

เพราะฉะนั้น Continuum และ Display Dock นั้น ไม่ได้เป็นแค่การต่อมือถือของเราขึ้นสู่จอใหญ่เท่านั้น หากแต่เป็นการขยายขอบเขตการใช้งานของมือถือของเรา จากหน้าจอเล็กๆของมือถือ ไปใช้งานบนหน้าจอที่ใหญ่กว่าด้วยประสบการณ์ใช้งานที่ต่างออกไป และการทำงานบนทั้ง 2 หน้าจอก็แยกออกจากกันอิสระ

 

โหมดการเชื่อมต่อแบบไร้สาย

Preview_Lumia 950_53

ลักษณะการใช้งานจะเหมือนกันกับการเชื่อมต่อแบบมีสาย เพียงแต่เราสามารถเชื่อมต่อกับหน้าจอที่รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายเช่นทีวีที่รองรับระบบ MiraCast หรือจะใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อแบบไร้สายของ Microsoft ก็ได้

Preview_Lumia 950_54

 

แกะกล่อง Display Dock

Preview_Lumia 950_06

ในงานนี้ทาง Microsoft ก็ได้นำเจ้า Display Dock มาแกะกล่องกันสดๆพร้อมกับเรือธงทั้ง 2 รุ่นด้วยเช่นกัน ซึ่งกล่องของเจ้า Display Dock นั้นก็มีลักษณะเหมือนกับกล่องของ Microsoft Lumia 950 และ 950 XL โดยภายในกล่องประกอบไปด้วยเจ้า Display Dock ที่มีน้ำหนักพอสมควรเมื่อเทียบกับขนาดของมัน, ชุดอแดปเตอร์ และสาย USB 3.1

Preview_Lumia 950_95

ด้านล่างของ Display Dock บุด้วยวัสดุกันลื่นด้วย

Preview_Lumia 950_108

 

ถึงจะเป็นจุดขาย แต่ก็ไม่ได้ใช้งานได้กับอุปกรณ์ Windows 10 mobile ทุกรุ่น

ตามหัวข้อครับ ถึง Continuum จะเป็นคุณสมบัติที่มากับ Windows 10 mobile แต่การใช้งานจริงนั้น ก็ต้องทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ที่มีสเปคสูงระดับหนึ่งและต้องเป็นฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ๆเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมือถือที่จะใช้งานฟังก์ชั่นนี้ได้ต้องใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 808 ขึ้นไปถึงจะสามารถใช้งานได้ (อ้างอิงจากที่นี่) และมีแรมอย่างน้อย 2 GB

เพราะฉะนั้นฟังก์ชั่นนี้ จะยังเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับเรือธงใหม่ทั้ง 2 รุ่นของ Microsoft เท่านั้น

Continuum for phone requirement

ต้องรอดูกันต่อไปว่า สุดท้ายแล้ว Microsoft จะสามารถปรับจูนฟังก์ชั่น Continuum ให้สามารถใช้งานได้บนมือถือรุ่นเก่าได้หรือไม่

ราคาและวันวางจำหน่าย….ยังคงเป็นปริศนา

เช่นเดียวกันกับราคาและวันวางจำหน่ายในไทยของเจ้า Lumia 950 และ 950 XL ครับ ทาง Microsoft ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดทั้งด้านราคา และวันวางจำหน่ายของอุปกรณ์เสริมชิ้นนี้เช่นกัน บอกแต่เพียงว่า…เร็วๆนี้แหละ

เพราะฉะนั้น แฟนๆก็คงต้องรอกันต่อไปอีกนิดนึงครับ ความคืบหน้าต่างๆน่าจะชัดเจนขึ้นหลังผ่านเทศกาลขึ้นปีใหม่ไปแล้วครับ

 

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณไมโครซอฟท์ประเทศไทย ที่ให้เกีรยติเชิญผมไปงานนี้ด้วยครับ

ปล. บทความสุดท้ายสำหรับงานนี้ ทิศทางของ Microsoft และประเด็นคาใจหลายๆประเด็น ขอติดไว้เป็นตอนต่อไปนะครับ