คุณกำลังอ่าน
Windows RT ยังไม่ตาย

Windows RT ยังไม่ตาย

Avatar

Microsoft ออกมายืนยันไปเมื่อเร็วๆ นี้ว่าจะทำการหยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ 2 อุปกรณ์จากระบบปฏิบัติการ Windows RT อย่าง Surface 2 และ Nokia Lumia 2520

จากการประกาศอย่างเป็นทางการดังกล่าวของ Microsoft ทำให้หลายๆ เว็บไซต์ได้ออกมารายงานว่า Windows RT นั้นได้จบสิ้นลงไปแล้ว เพราะอุปกรณ์ทั้งสองรายการต่างก็ใช้ Windows RT ทำให้ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดอีกที่มีสายการผลิตที่ใช้ระบบปฏิบัติการดังกล่าวอีก ซึ่งรายงานดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผิด

Demand-for-Windows-8-1-Is-Starting-to-Pick-Up-Report-402275-2

Windows RT ถือเป็นระบบปฏิบัติการพื้นฐานของ Windows สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ซีพียูแบบ ARM ซึ่งถือเป็นซีพียูที่ดีที่สุดสำหรับคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ต เนื่องจากมีส่วนช่วยในการขยายอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ อีกทั้งการออกแบบสำหรับการทำงานของรูปแบบชีวิตของคนเมืองที่แสนยุ่งเหยิงของคุณได้เป็นอย่างดี

Windows RT 8.1 ทำงานในรูปแบบของระบบปฏิบัติการแบบ built-in อีกทั้งสนับสนุนการทำงานของแอพลิเคชันที่ติดมาอุปกรณ์และแอพลิเคชันที่สามารถดาวน์โหลดได้จาก Windows Store เท่านั้น

จากการเตรียมเปิดตัว Windows 10 ทำให้ Microsoft ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนกลยุทธ์ของ Windows RT และ Windows ปกติเสียใหม่ โดยที่อุปกรณ์ที่มีขนาดหน้าจอ 8 นิ้วจะให้ทำงานด้วย Windows 10 ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีขนาดหน้าจอเล็กกว่า 8 นิ้วจะให้ทำงานด้วย Windows RT ซึ่งเป็น Windows ที่ใช้ซีพียูแบบ ARM นั่นเอง

[quote]ซีพียู ARM จะยังคงเป็นส่วนสำคัญของอุปกรณ์ที่ทำงานด้วย Windows 10 ซึ่งโดยพื้นฐานบนโทรศัพท์ที่ใช้ ARM, แฟบเล็ต (Phablet) และแท็บเล็ตขนาดหน้าจอ 8 นิ้ว[/quote]

มีการปรับปรุงสำหรับอุปกรณ์อย่าง Surface 2 และ Nokia Lumia 2520 ที่มีขนาดหน้าจอ 10 นิ้วและทำงานบน Windows RT 8.1 อย่างไรบ้าง?

คัดมาเพื่อคุณ

[quote]Microsoft กำลังทำการปรับปรุงสำหรับ Windows RT และจะมีการเปิดเผยข้อมูลในภายหลัง[/quote]

จากการปรับปรุงของ Windows RT นี้จะมีการนำการทำงานบางส่วนของ Windows 10 มาใส่ไว้ด้วยเช่นกันแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด

ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าระบบ Windows บน ARM ซึ่งเป็นของ Windows RT ยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างแน่นอน เนื่อง จากวานนี้ที่ Microsoft ได้ออกมาประกาศว่า Windows 10 จะทำการเปิดตัว Raspberry Pi 2 ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีส่วนประกอบของ ARM นั่นเอง

ที่มา : MICROSOFT-NEWS

View Comments (0)

Leave a Reply