อัพเดทข่าวปัญหาการอัพเดท Amber ผ่าน OTA แล้วเครื่องค้างที่หน้าจอรูปฟันเฟือง สาเหตุของปัญหา, และทางแก้ไขเบื้องต้น

Avatar

จากปัญหาที่ผู้ใช้งานมือถือ Nokia Lumia 920 หลายๆท่านประสบระหว่างการอัพเดทโทรศัพท์ของตัวเองแล้วเกิดอาการค้างที่หน้าจอรูปฟันเฟือง (Spinning gears) โดยผมได้สอบถามไปยังแหล่งข่าวใน Microsoft ก็ได้ความมาตามนี้ครับ

คำเตือน
บทความนี้เป็นการอธิบายถึงปัญหาที่เกิดขึ้น สาเหตุ และแนวทางการแก้ไข รวมถึงข้อสงสัยต่างๆแบบน้ำๆ อาจยาวหน่อยนะครับ ซึ่งสำหรับคนที่ต้องการคำแนะนำแบบสั้นๆ คุณ Lo-Axiom เขียนเอาไว้แล้วตามนี้ครับ (Click) หรือจะเลื่อนไปดูส่วนล่างสุดของบทความได้เลยครับ ผมสรุปเอาไว้เป็นคำแนะนำสั้นๆให้แล้วครับ

portico-wp8-_-05

 

สาเหตุของการเกิดสภาวะค้างที่หน้าจอฟันเฟือง (Spinning gears)

การเกิดสภาวะ Spinning gears นี้จะมีเงื่อนไขหลักๆเลย 1 ข้อคือ

สถานะของแบตเตอร์รี่เหลือต่ำกว่าปริมาณที่ระบบต้องการสำหรับการดำเนินการติดตั้งตัวอัพเดท

(หรือที่เราจะเห็นเป็นหน้าจอรูปฟันเฟืองหมุนไปหมุนมานั่นแหละครับ..และหน้าจอนี้ตอนนี้มีฉายาว่า ผีคุณเฟือง ตามแบบละครที่กำลังฮิตกันครับ เพราะหน้าจอนี้สร้างความหลอนให้กับผู้ที่ประสบมานักต่อนักแล้ว)

โดยเงื่อนไขการทำงานของการอัพเดท ระบบจะมีการกำหนดเงื่อนไขอย่างหนึ่งคือ ระบบจะตรวจสอบสถานะของปริมาณแบตเตอร์รี่ในเครื่องว่า เหลือเพียงพอต่อการดำเนินการต่อไปหรือไม่? ถ้าไม่ระบบก็จะไม่ดำเนินการต่อและจะคงสถานะหน้าจอรูปฟันเฟืองอยู่อย่างนั้นอีกสักพัก

จากนั้นจึงจะเริ่มตรวจสอบเงื่อนไขเดิมคือปริมาณแบตเตอร์รี่ในเครื่องใหม่อีกครั้ง ถ้าปริมาณแบตเตอร์รี่ยังไม่เพียงพอเหมือนเดิม กระบวนการนี้ก็จะวนต่อไป ไม่มีทางสิ้นสุดครับจนกว่าปริมาณแบตเตอร์รี่ในเครื่องของคุณจะมีมากพอและผ่านเงื่อนไขที่กำหนดไว้ (หรือจนกว่าแบตในเครื่องคุณจะหมดและก้าวข้ามไปยังหน้าจอมรณะที่เป็นรูปฟันเฟือง+สายฟ้าต่อไป ซึ่งสถานะนี้หนักกว่าสถานะรูปฟันเฟืองหมุนอีกครับ)

bricked 920_0


แล้วปริมาณแบตเตอร์รี่ที่เพียงพอมันคือเท่าไหร่ล่ะ?

คำถามนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนครับ แต่เท่าที่ผมเคยทดสอบ ควรมีแบตเตอร์รี่ในเครื่องเหลือเกิน 80% ขึ้นไป หรือเต็มได้เลยยิ่งดีก่อนเริ่มกระบวนการอัพเดทครับ

 

ทำไมถึงต้องมีการตรวจเช็คสถานะแบตเตอร์รี่ในลักษณะนี้?

คำตอบที่ผมได้รับคือ มาตรการการตรวจสอบนี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัยของเครื่องของเราครับ เพราะว่า Microsoft มองว่าถ้าแบตเตอร์รี่ในมือถือของเราเหลือไม่เพียงพอสำหรับใช้ในการติดตั้งตัว Firmware ใหม่ แล้วระบบปล่อยให้มีการติดตั้งต่อไป ในกรณีที่แบตเตอร์รี่ในเครื่องเกิดหมดระหว่างที่ติดตั้ง ผลเสียที่เกิดกับเครื่องอาจจะถึงขั้นBrick แบบถาวรครับ เพราะระบบไม่สามารถติดตั้ง firmware ใหม่ลงไปให้สมบูรณ์ได้นั่นเอง

หรือพูดง่ายๆคือมาตรการนี้มีไว้ป้องกันสภาวะ Brick โดยสมบูรณ์ครับ เพราะอย่างน้อยสภาวะ Spinning gears นั้นก็ยังสามารถแก้ไขได้ ทั้งด้วยตัวเองและด้วยการเข้าศูนย์ Nokia Care ครับ

ทางแก้ไขเบื้องต้นเมื่อเกิดสภาวะ Spinning gears ทำอย่างไร?

เบื้องต้นเลย ก็ต้องเสียบสายชาร์ตทิ้งเอาไว้ครับ แนะนำอย่างนึงว่าควรเป็นสายชาร์ตแท้ๆของ Nokia และตรงกับรุ่นของเราและชาร์ตกับไฟบ้าน ซึ่งจะให้กำลังไฟเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถชาร์ตแบตเตอร์รี่เข้าไปยังมือถือของเราได้ดีกว่าสายชาร์ตของมือถือรุ่นอื่นๆ หรือการชาร์ตกับคอมพิวเตอร์ครับ

จากนั้นรอสักพักให้ไฟเข้าไปที่มือถือของเรา ซึ่งขั้นตอนนี้ก็เพื่อให้กำลังไฟในแบตเตอร์รี่มีสูงกว่าเงื่อนไขที่ระบบต้องการนั่นเอง แต่ข้อเสียอย่างเดียวคือ ตอนที่เราอยู่ในสถานะ Spinning gears นั้น เราจะไม่สามารถมองเห็นเปอร์เซ็นต์แบตเตอร์รี่ของมือถือเราได้ ตรงนี้ต้องใช้การกะเวลาอย่างเดียวครับ ถ้าเราจำได้ว่าแบตเตอร์รี่ในมือถือเราก่อนการอัพเดทเหลืออยู่เท่าไหร่ ตรงนี้ก็จะช่วยได้พอสมควรคือ ถ้าแบตเตอร์รี่มือถือของเราเหลือน้อย ก็น่าจะต้องชาร์ตไว้นานหน่อย อาจเกิน 30 นาทีขึ้นไปหรือถ้าน้อยมากๆอาจเป็นชั่วโมง

แต่ถ้าแบตเตอร์รี่เหลือพอสมควรก็อาจใช้เวลารอสั้นหน่อยคือ 10-15 นาทีครับ

จากนั้นพอเรารอให้ไฟเข้าไปในแบตเตอร์รี่สักระยะแล้ว ให้เราทำการ Soft reset มือถือของเราโดยการกดปุ่มVolume done + Power (หรือปุ่มเปิดเครื่อง+ลดเสียง) พร้อมกันค้างไว้จนเครื่องสั่นครับ ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นการกระตุ้นให้ระบบเริ่มกระบวนการอัพเดทอีกครั้ง และระบบจะเริ่มการตรวจสอบปริมาณแบตเตอร์รี่ในเครื่องใหม่ ถ้ามีพอแล้ว กระบวนการอัพเดทก็จะดำเนินต่อไป แต่ถ้ายังไม่พอ…ก็จะเริ่มลูปเดิมใหม่อีกครั้งครับ

ข้อสำคัญข้อเดียวในการแก้ไขปัญหานี้เลยคือ

อย่าใจร้อนครับ เพราะบางท่านอาจจะเสียบสายชาร์ตทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วรีบทำการ Soft reset ซึ่งนั่นไม่เพียงแต่จะไม่แก้ปัญหา แต่จะยิ่งทำให้ปัญหาหนักขึ้นครับ เพราะการทำ Soft reset แต่ละครั้ง จะใช้พลังงานพอสมควร (ลองทดสอบกันได้ครับ การทำ soft reset ในสภาวะปกติ 1 ครั้งอาจจะทำให้แบตเตอร์รี่ลดลงไปถึง 5-10% ได้เลยครับ) ซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้เราต้องใช้เวลาในการชาร์ตไฟเข้านานขึ้นไปอีก

สรุปสั้นๆสำหรับการแก้ไขปัญหาระบบค้างที่หน้าจอ Spinning gears

  1. เสียบสายชาร์ตทิ้งไว้ก่อน รอสักประมาณ 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมงมากน้อยตามปริมาณแบตเตอร์รี่ที่มีในเครื่องของเราก่อนเริ่มกระบวนการอัพเดทครับ
  2. ทำการ Soft reset โดยกดปุ่ม Power+ลดเสียงพร้อมกัน ค้างไว้จนเครื่องสั่น
  3. ระบบจะเริ่มกระบวนการรีเซ็ทตัวเองอีกครั้ง ให้รอสัก 15-30 นาที ไม่เกินนี้ระบบน่าจะกลับมาใช้งานได้ครับ

จากข้อ 3 ถ้ายังใช้งานไม่ได้ ให้เสียบสายชาร์ตทิ้งไว้อีก 15-30 นาทีแล้วทำซ้ำขั้นตอนที่ 2-3 ไปเรื่อยๆซัก 2-3 รอบก็น่าจะทำให้เครื่องติดแล้วครับ

อัพเดท ผมมีวิธีเพิ่มเติมมาแนะนำสำหรับกรณีที่ทำการแก้ไขตามวิธีแรกแล้วยังไม่ไดครับ

วิธีนี้คือวิธีการ hard reset หรือ Factory reset ด้วยการกดปุ่มครับ อย่างไรก็ดีอย่างที่ชื่อมันบอกเอาไว้ วิธีนี้จะทำให้ข้อมูลในเครื่องหายไปทั้งหมด (แต่ว่าถึงเราเอาไปเข้าศูนย์ ข้อมูลในเครื่องก็จะหายไปอยู่ดี ยังไงก็ไม่มีอะไรจะเสีย ลองทำกันดูก็ได้ครับ)

ขั้นตอนการทำมีดังนี้ครับ

  1. ทำการ Soft reset โดยกดปุ่ม Power+ลดเสียงพร้อมกัน ค้างไว้จนเครื่องสั่น
  2. พอเครื่องหายสั่นแล้วให้ปล่อยปุ่มที่กดตามข้อ 1 จากนั้นให้กดปุ่มต่อไปนี้ตามลำดับทันที
    – ปุ่มเพิ่มเสียง (Volume up)
    – ปุ่มลดเสียง (Volume down)
    – ปุ่ม Power
    – ปุ่มลดเสียง (Volume down)
  3. จากนั้นระบบจะเริ่มหน้าจอฟันเฟืองใหม่ แต่คราวนี้ระยะเวลาที่ใช้จะสั้นลงครับ และเครื่องเราจะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม

windows phone hard reset button combination

แต่ถ้ายังไม่ได้จริงๆ สุดท้ายก็ต้องเข้าศูนย์แล้วครับ


ชาร์ตแบตไว้ตั้งนานเป็นชั่วโมงแล้ว Soft reset แล้วแต่ก็ยังค้างอยู่?

เหตุการณ์นี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้เช่นกันครับ เรื่องนี้ยังไม่มีคำอธิบายอย่างชัดเจนว่าเพราะอะไร แต่มีข้อสันนิษฐานคือ ระบบใช้พลังงานแบตเตอร์รี่มากกว่ากำลังไฟที่เราชาร์ตเข้าไป ทำให้ถึงเราเสียบชาร์ตเอาไว้เท่าไหร่ ไฟมันก็เข้าไปไม่ถึงระดับที่ระบบต้องการอยู่ดี ซึ่งสาเหตุในการใช้พลังงานตรงนี้มันมีปัจจัยร่วมเยอะพอสมควรครับ ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน

เอาเป็นว่าถ้ามือถือของเราร้อนขึ้นมากๆในระหว่างที่เครื่องค้างที่หน้าจอ Spinning gears แสดงว่ามีการใช้พลังงานมากและกำลังไฟที่เราชาร์ตเข้าไปอาจไม่พอ ถ้าชาร์ตทิ้งไว้นานมากๆแล้วแต่ก็ยังทำการแก้ไขด้วยการ Soft reset ไม่ได้ กรณีนี้เหลือทางเลือกเดียวคือต้องติตต่อ nokia care เพื่อให้ช่างแก้ไขให้แล้วครับ เพราะที่ Nokia Care จะมีอุปกรณ์ที่เค้าเรียกกันว่าอุปกรณ์ปลุกชีพอยู่ สามารถแก้ไขให้คุณได้ภายในเวลา 2 ชั่วโมงครับ

 


แบตเหลือน้อย ขี้เกียจรอแบตเต็ม แค่เสียบสายชาร์ตไว้แล้วอัพเดทเลยไม่ได้เหรอ ยังไงแบตก็ไม่หมดอยู่แล้ว?

คำตอบของคำถามนี้ก็คือ ไม่แนะนำครับ เพราะอย่างที่บอกไปว่าเงื่อนไขของการตรวจสอบการอัพเดทนั้น ปัจจัยหลักๆคือระบบจะตรวจสอบสถานะของแบตเตอร์รี่ว่ามีพอกับที่ระบบต้องการหรือไม่? ไม่ใช่การตรวจสอบว่าเราเสียบสายชาร์ตเอาไว้หรือไม่ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรทำคือเสียบสายชาร์ตไว้ให้แบตเตอร์รี่มีมากพอ ก่อนลงมือทำการอัพเดท

ความจริงอาจจะมีกรณีที่สามารถอัพเดทผ่านได้ถึงแม้แบตเตอร์รี่ในเครื่องเหลือน้อย แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดสภาวะ spinning gears สูงกว่าการอัพเดทตอนที่แบตเตอร์รี่เหลือเยอะกว่าหรือเต็มเครื่องครับ

 

จำเป็นต้องลบแอพหรือลบไฟล์ต่างๆในเครื่องให้หมดก่อนการอัพเดทหรือไม่?

คำถามนี้ต้องตอบว่า ไม่จำเป็น แต่ทำก็ดีครับ เนื่องจากปริมาณไฟล์ต่างๆที่มีในเครื่องจะสัมพันธ์กับระยะเวลาที่ใช้ในการติดตั้งตัวอัพเดท ถ้าเรามีไฟล์ต่างๆในเครื่องมาก กระบวนการ backup และ restore ไฟล์ต่างๆก็จะใช้เวลามากกว่าที่เรามีไฟล์ในเครื่องน้อย

ระยะเวลาในการ backup และ restore ที่นานขึ้น ก็จะส่งผลให้เครื่องใช้พลังงานแบตเตอร์รี่มากขึ้น และถ้าแบตเตอร์รี่ลดต่ำลงกว่าที่ระบบต้องการ ก็จะทำให้เครื่องของเราเข้าเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดสภาวะ Spinning gears แบบวนลูปต่อไปนั่นเองครับ

แต่ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นน้อยมากถ้าเรามีแบตเตอร์รี่ในเครื่องเพียงพอครับ คำแนะนำที่ Microsoft บอกไว้ก็ยังคงเดิมคือ ชาร์ตแบตเตอร์รี่เอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้และเสียบสายชาร์ตเอาไว้ตลอดเวลาที่ทำการการอัพเดทนั่นเองครับ

คัดมาเพื่อคุณ

 

คนดาวน์โหลดอัพเดทเยอะๆ ส่งผลต่อการที่ไฟล์อัพเดทที่ได้รับไม่สมบูรณ์ เลยทำให้เครื่องบริกหรือค้างที่หน้าจอ Spinning gears หรือไม่?

ข้อนี้คำตอบคือ “ไม่ครับ” จำนวนคนที่ดาวน์โหลดอัพเดทพร้อมๆกันเยอะๆนั้น จะส่งผลต่อความเร็วในการดาวน์โหลดไฟล์สำหรับการติดตั้ง ซึ่งอาจจะทำให้เราดาวน์โหลดไฟล์อัพเดทนานขึ้น แต่ไม่ส่งผลต่อการบริกของเครื่องหรือทำให้เครื่องของเราค้างที่หน้าจอฟันเฟืองหรือ spinning gears ครับ เพราะระบบจะมีการตรวจสอบไฟล์อัพเดทก่อนการติดตั้งอยู่แล้ว ซึ่งถ้าไฟล์อัพเดทที่เราดาวน์โหลดมาไม่สมบูรณ์นั้น ระบบจะมีข้อความเตือนในลักษณะนี้ขึ้นมา

Update fail

แต่ถ้าไฟล์อัพเดทที่ดาวน์โหลดนั้นสมบูรณ์พร้อมสำหรับการติดตั้ง ระบบจะแสดงข้อความตามนี้ครับ

First OTA update 2

 

สรุป

การเกิดภาวะ spinning gears นั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง แต่เราก็สามารถป้องกันการเกิดขึ้น รวมถึงสามารถแก้ไขสภาวะนั้นได้ถ้าเราเข้าใจครับ

ถ้าเราจะมองว่ามันเป็นจุดด้อยของระบบ ก็มองได้เหมือนกัน แต่ถ้าจากเหตุผลที่ทาง Microsoft บอกมาและจากที่ผมนั่งรวบรวมข้อมูลมา เหตุผลก็มีน้ำหนักพอสมควรครับ

 

สรุปสั้นๆ คำแนะนำสำหรับการเตรียมตัวอัพเดท OTA

ความจริงสิ่งที่เราควรทำก่อนการอัพเดทระบบของมือถือไม่ว่าจะระบบใดๆ คือ

1. ชาร์ตแบตเตอร์รี่ให้มีปริมาณเพียงพอต่อการกระบวนการอัพเดท อย่างน้อยควรมีแบตเตอร์รี่เกิน 80% ขึ้นไปหรือเต็มได้เลยจะยิ่งดี

2. เสียบสายชาร์ตเอาไว้ตลอดเวลาที่ทำการอัพเดท

3. ไม่ควรทำการอัพเดทขณะเครื่องร้อนหรือเพิ่งผ่านการใช้งานหนักๆมาครับ ถ้าเพิ่งใช้งานอะไรหนักๆมา เช่นเล่นเกมส์, ดูวิดีโอหรือเล่นเว็บนานๆและเครื่องยังร้อนอยู่ แนะนำให้พักเครื่องไว้สักครู่ ให้เครื่องเย็นลงแล้วค่อยทำการอัพเดท

4. ถ้าเป็นไปได้ แนะนำให้ปิดเครื่องและเปิดใหม่อีกครั้งหนึ่งก่อนเริ่มกระบวนการอัพเดทครับ ตรงนี้เป็นการเคลียร์ process และแอพต่างๆที่อาจทำงานอยู่เบื้องหลังครับ

ส่วนขั้นตอนอื่นๆที่จำเป็น (แต่ส่วนตัวผมไม่เคยทำนะ และยังอยู่รอดดีทุกๆการอัพเดทหรือการทำ Factory reset ที่ผ่านมา) คุณ Lo-Axiom ได้เขียนเอาไว้แล้วตามนี้ครับ

>> http://www.appdisqus.com/2013/08/18/amber-update-problem.html

 

View Comments (7)
  • Nokia เมื่อออกรุ่นใหม่แล้ว เลิกสนใจผู้ใช้รุ่นเดิมเลยหรือไม่ เพราะผมใช้ Lumia800 อยู่ ไม่เห็นมีอะไรพูดถึงบ้างเลย

  • แค่เสียบสายชาร์ตไว้แล้วอัพเดทเลยไม่ได้เหรอ ยังไงแบตก็ไม่หมดอยูแล้ว?
    คำตอบของคำถามนี้ก็คือ ไม่แนะนำครับ
    สรุปสั้นๆ คำแนะนำสำหรับการเตรียมตัวอัพเดท OTA
    2. เสียบสายชาร์ตเอาไว้ตลอดเวลาที่ทำการอัพเดท???
    ?แล้ว แล้วเราเอางัยดีอ่า????งงงง

  • Lumia 800 ผมเคยใช้อยู่ช่วงหนึ่ง ผมว่ามันภาพสวย กระทัดรัด แต่เสียอย่างคือไม่สามารถพิมไทยในตัวโปรแกรมได้ทันทีต้อง Copy จากโปรแกรมอื่นก่อน เลยทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น คือกลับไปกลับมา และที่หดหู่ยิ่งกว่าก็คือ จะไม่มีการอัพคีร์บอร์ดเป็นเวอร์ชั่นไทยใน WP 7.5 อย่างแน่นอน สรุปคือเขาปล่อยลอยแพ Lumia 800 ครับ

  • เนื่องจากตรงนี้มีคำถามจากผู้ใช้เข้ามาว่า แบตเหลือน้อยแต่เสียบสายชาร์ตไว้แล้วอัพเดทได้เลยมั้ย เพราะเสียบสายชาร์ตไว้ ยังไงแบตก็ไม่หมด ขี้เกียจรอให้มันเต็มก่อน

    ผมเลยตอบว่าไม่ได้ แบบที่เขียนในบทความนี้ครับ แต่ท่าทางจะสื่อความหมายไม่ชัดเจน ขออภัยและขอบคุณที่ท้วงเช้ามาครับผม

  • ต้องมองว่าเป็นที่ Microsoft ด้วยอีกส่วนหนึ่งครับ เพราะเจ้าของระบบปฏิบัติการคือ Microsoft
    เมื่อ Microsoft ออกระบบปฏิบัติการใหม่อย่าง Windows phone 8 มา ทาง Microsoft ก็ลดการทุ่มเทให้กับระบบเดิมอย่าง Windows phone 7.8 ที่ใช้งานอยุ่ใน Nokia Lumia 800 ลง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกตินะครับที่พอออกระบบใหม่ๆ บริษัทก็จะให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์เดิมน้อยลง

    เพียงแต่กรณีของ Windows phone 7.5 อาจจะผิดปกติหน่อยตรงที่ระยะเวลาหรืออายุของตัวระบบมันสั้นมาก และยังไม่สามารถอัพเกรดมาเป็น Windows phone 8 ได้อีกต่างหากเพราะสถาปัตยกรรมภายในระบบนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง และมีปัญหาที่ Hardware ของ Windows phone 7.5 เดิมที่ใช้ CPU แบบ Single Core และ Ram น้อยๆนั้นไม่สามารถรันระบบ Windows phone 8 ได้อย่างสมบูรณ์ทำให่้ Microsoft ต้องทิ้งระบบนี้ไปในเวลาอันรวดเร็ว (ถึงจะบอกว่าไม่ได้ทิ้งแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าเราคงหวังอะไรใหม่ๆจากระบบ Windows phone 7.5-7.8 ไม่ได้แล้ว)

    เมิ่อเจ้าของระบบไม่ทำอะไรแล้ว คนที่เอาระบบมาใช้งานอย่าง Nokia ก็คงไม่สามารถทำอะไรเพิ่มได้อีกครับ

    จะถือว่าลอยแพใช่หรือไม่ ถามผมผมก็ตอบว่าใช่ แต่เป็นเรื่องปกติที่จะลอยแพในยุคที่เทคโนโลยีต่างๆมันก้าวกระโดดแบบนี้ครับ จะมียกเว้นแค่ระบบ iOS มั้งครับที่อัพเกรดให้ผู้ใช้ได้อย่างต่อเนื่องและ Hardware รุ่นเก่าๆยังสามารถอัพเกรดต่อไปได้นานกว่าระบบอื่นๆ

    ถ้าให้เขียนเรื่องนี้ต่อคงยาว เอาเป็นว่าคำตอบของผมคือก็น่าจะใช่ครับ ทั้ง Microsoft และ Nokia น่าจะไม่ทำอะไรมากสำหรับระบบ Windows phone 7.5-7.8 แล้วครับ
    อยากบอกว่า ผมเข้าใจครับ เพราะผมก็เป็นผู้ใช้ของ Nokia Lumia 900 เดิมเหมือนกันครับ…เจ็บใช้ได้ครับ

Leave a Reply