OPPO แบรนด์นวัตกรรมยอดเยี่ยม 2018 จาก Appdisqus : ย้อนมาดูกัน OPPO สร้างอะไรไว้ในวงการมือถือปี 2018 บ้าง!

สิ้นปีกันแล้วครับ ก็เป็นปกติของ AppDisqus ที่อยากจะขอเอ่ยปากชมในความยอดเยี่ยมหรือความโดดเด่นของอะไรบางอย่าง ที่มันเกิดขึ้นในวงการสมาร์ทโฟนปีที่ผ่านมาของพวกเรา ซึ่งในปีนี้ 2018 ที่พวกเรานึกถึงเป็นสิ่งแรกก็คือเรื่อง “นวัตกรรมใหม่ๆ ที่น่าตื่นตาจาก OPPO” ที่เกิดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีครับ

2018 เป็นปีโชว์ของของ OPPO เลยจริงๆ ในขณะที่ปีนี้บางแบรนด์ดูจะหยุดนิ่ง บางแบรนด์ดูจะช็อตๆ สะดุดกันไป และอีกหลายแบรนด์ที่ไม่มีอะไรใหม่ของตัวเองดันออกมาเลย แต่ไม่ใช่กับ OPPO อย่างเด็ดขาด

เพราะภายในปีเดียว ทาง OPPO ได้เข็นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของตัวเองออกมามากเหลือเกินครับ เรียกว่ามากที่สุดเลยก็ว่าได้ และยังเป็นผลงานที่เข้าตาแทบจะทุกฟังก์ชั่นเลยละครับ

มาย้อนดูกันดีกว่าว่า ภายในปี 2018 ที่ผ่านมา OPPO ทำอะไรไว้ให้พวกเราได้ตื่นตาตื่นใจกันบ้าง ^^

 

เทคโนโลยี Stealth 3D Cameras

หลายคนอาจจะรู้ว่ามันคือชื่อของนวัตกรรมซ่อนกล้องสำหรับ OPPO Find X นั้นเองครับ ด้วยนวัตกรรมการออกแบบและการผลิตชิ้นนี้ มันทำให้เครื่อง FIND X ข้ามขีดจำกัดของมือถือหน้าจอไร้ขอบแบบยุคนี้ไปเลย

แน่นอนว่าตอนนี้ในมือของทุกคนก็คงจะมีสมาร์ทโฟนหน้าจอกว้าง ที่เรียกตัวเองว่าจอไร้ขอบ เอาไว้ใช้กันอยู่แทบทุกคนแล้วใช่มั้ยครับ แต่ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ถ้าเหลือบมองลงไปที่มือถือตัวเอง ก็คงจะยังเห็นขอบ, เห็นติ่ง, หรือเห็นรอยบาก ไม่ข้างล่างก็ข้างบนหน้าจอ เพราะที่มันยังคงต้องค้างๆ คาๆ อยู่อย่างนั้น เพราะมันไม่สามารถดันไปได้สุดขอบจริงๆ ตามชื่อของมัน ก็ด้วยเหตุผลของการที่ยังต้องมีพื้นที่สำหรับการติดตั้งเซ็นเซอร์ต่างๆ พร้อมทั้งกล้องหน้าของสมาร์ทโฟนเอาไว้อยู่นั้นเองครับ

OPPO เขาเลยขอผ่าทางตัน ด้วยงานนวัตกรรมการประกอบแบบกลไก โดนใช้วิธีการซ่อนกล้องรวมถึงเซนเซอร์ต่างๆ เอาไว้ด้านใน ซึ่งจะเลื่อนขึ้นมาโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้ต้องการใช้งาน เช่น การปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้า หรือเข้าแอปถ่ายรูป แถมมันถูกออกแบบให้เคลื่อนตัวออกมาด้วยความละมุนและดูผู้ดีมากๆ ^^ มีความไวในการตอบสนองสูงด้วยเวลาเพียงแค่ 0.6 วินาทีที่ใช้ในการสแกนใบหน้า

แถมเป็นงานออกแบบที่กล้าการันตีกลไกตัวนี้ว่ามีแข็งแรงสูง โดย OPPO ทำการทดสอบโดยวิศวกรว่ามันสามารถเลื่อนขึ้นๆ ลงๆ ได้ไม่ต่ำกว่า 300,000 ครั้ง มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า 5 ปี รวมถึงไม่ต้องกลัวฝุ่นที่เข้าไปภายใน จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานของเครื่องอย่างแน่นอน เช็ดทิ้งได้เลย

สิ่งที่ได้มาจากการออกแบบที่แตกต่างตัวนี้ ก็คือเครื่องสมาร์ทโฟนหน้าจอ 6.4 นิ้ว ที่เรียกว่าเครื่องขอบจอบาง ได้อย่างเต็มปากเต็มคำจริงๆ

เพราะทั้งขอบจอบนล่าง ขอบจอซ้ายและขวา มันไม่เหลือพื้นที่หรือติ่งทิ้งไว้แบบเครื่องอื่นที่เรียกตัวเองว่า “ไร้ขอบ” เลยครับ

 

เทคโนโลยี 3D structured light

ทุกคนรู้มั้ยครับ ว่าฟังก์ชั่นการสแกนใบหน้าที่เราใช้กันอยู่ในสมาร์ทโฟนทุกวันนี้มีสองระบบ นั้นคือการใช้การสแกนแบบ 2D ที่สแกนเพียงแค่โครงหน้าและรูปร่างที่เซนเซอร์มันจับเจอแบบง่ายๆ กับอีกเทคนิคคือการสแกนด้วยลำแสงอินฟราเรดที่จะใช้ยิงแสงออกไปเพื่อวิเคราะห์การสะท้อนของแสงกลับมา ตรวจจับทั้งโครงหน้า รวมถึงความตื้นลึกหนาบางของใบหน้าอย่างละเอียด ซึ่งละเอียดในระดับที่ว่าสามารถนำไปใช้ในธุรกรรมทางการเงินและความปลอดภัยระดับองค์กรได้เลยละครับ

เทคโนโลยีสแกนใบหน้าชั้นสูงตัวนี้ ก็คือเจ้า 3D structured light นั้นเองครับ

3D structured light มีความสามารถในการระบุใบหน้าบุคคลได้อย่างแม่นยำ ด้วยการยิงแสงจำนวน 15,000 จุดออกไปตรวจจับและนำกลับมาวิเคราะห์ในรูปแบบ 3D และด้วยการใช้ลำแสงเพื่อการวิเคราะห์ ฉะนั้นมันจึงเป็นระบบสแกนใบหน้าที่สามารถสแกนได้ทั้งในที่สว่างและในที่มืดสนิทได้นั้นเองครับ และมีความปลอดภัยกว่าการปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือมากถึง 20 เท่า

คุ้นๆ กันแล้วใช่มั้ยครับ ว่ามันก็คือระบบสแกนใบหน้าแบบที่ Apple ใช้ในเครื่อง iPhone X นั้นเอง แต่ทุกคนรู้มั้ยครับว่า ใครคือเจ้าแรกที่นำระบบ 3D structured light มาใช้ในเครื่องสมาร์ทโฟน Android ได้สำเร็จ

ถูกต้องแล้วครับ จ้าวที่นำเทคโนโลยีตัวนี้มาใช้ในเครื่อง Android เป็นจ้าวแรก ก็คือ OPPO นั้นเอง โดยมันถูกใส่เข้ามาในเครื่อง OPPO Find X ที่เปิดจำหน่ายในปี 2018 ที่ผ่านมา ทำให้ Find X กลายเป็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ตัวแรกที่มีเทคโนโลยีสแกนใบหน้าแบบ 3D Structured Light และเป็นต้นแบบให้กับเครื่องรุ่นอื่นๆ ได้พัฒนาและตามกันออกมาในภายหลังอีกหลายรุ่น

เกาะประเด็น:  เร็วมาก OPPO โชว์การโหลดผ่าน 5G ของทรูมูฟ เอช โหลดหนัง 1 เรื่อง ในเวลา 1 วินาที เท่านั้น

 

เทคโนโลยี SuperVOOC Flash Charge

บทความนี้ ถ้าไม่พูดถึงเทคโนโลยีชาร์จเร็วตัวนี้ “ถือว่าบาป”

เทคโนโลยีที่เป็นผู้ครองตำแหน่งชาร์จไวที่สุดในโลก ชาร์จ 10 นาที ได้แบตกลับมาถึง 40% ชาร์จประมาณ 35-40 นาที แบตเตอรี่ขนาด 3,700 mAh แบตเต็มก้อน 100%!

เรียกว่าเป็นไฮไลค์เด็ดที่ทำให้ AppDisqus เลือก OPPO ให้เป็นแบรนด์นวัตกรรมแห่งปีเลยครับ ด้วยระบบการชาร์จที่โครตเร็วแถมโคตรปลอดภัย ชาร์จไวระดับเครื่องบินเจ็ตแต่ความร้อนเกิดขึ้นแค่ในระดับเครื่องคิดเลข

ชาร์จไว ทิ้งห่างคู่แข่งสุดๆ

เห็นเรียบๆ แต่ภายในเทคโนโลยีความปลอดภัยเพียบ เอาแค่จากหัวชาร์จไปยังสาย ก็ถูกป้องกันด้วยระบบ Five-core protection หรือระบบป้องกัน 5 ขั้นตอน (ข้อมูลเพิ่มเติมด้านความปลอดภัย และการทดสอบความไวในการชาร์จจริง ของ SuperVOOC Flash Charge)

แถม OPPO ยังได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก TUV Rheinland แล็ประดับโลกที่มีชื่อเสียงของประเทศเยอรมันมาแล้วด้วยครับว่า ปลอดภัยสุดๆ

ระบบ SuperVOOC Flash Charge ถูกบรรจุอยู่ในรุ่น Find X Automobili Lamborghini Edition เป็นรุ่นแรก และตามมาอยู่ในรุ่น R17 Pro เป็นรุ่นล่าสุด

ทาง OPPO มั่นใจและภูมิใจระบบชาร์จตัวนี้มาก ซึ่งก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าทิ้งขาดคู่แข่งค่อนข้างชัดเจน ถึงขนาดว่ามีการจัดการแข่งขันชาร์จไว มือถือของใครที่ชาร์จได้เร็วกว่า OPPO R17 Pro ก็มารับไปเลย รถ BMW i8 ราคา 11 ล้าน ^^ มั่นใจขนาดไหนคิดดู

 

เทคโนโลยี TOF 3D Camera

TOF หรือ Time Of Flight ระบบกล้องใหม่ที่เรียกว่า “ก้าวกระโดด” เพราะจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาในเครื่องรุ่น OPPO R17 Pro มันคือเซนเซอร์กล้องมือถือตัวแรกของโลกที่สามารถจับวัตถุเป็นแบบสามมิติได้จากระยะไกล ด้วยเทคนิคการยิงแผ่นแสงออกไปและสะท้อนวัตถุกลับมายังเซนเซอร์ และใช้ข้อมูลนั้นวิเคราะห์วัตถุตรงหน้าให้เป็นแบบ 3D เพราะมันรับรู้โครงสร้าง ความตื้นลึกหนาบาง และระยะของวัตถุได้อย่างชัดเจน

ซึ่งมันก็คือเซนเซอร์ตัวที่สามของเครื่อง OPPO R17 Pro ที่เราได้เห็นกันไป

ทาง AppDisqus เคยได้โอกาสไปรับรู้ข้อมูลและพูดคุยกับวิศวกรผู้ออกแบบระบบตัวนี้มาจากสำนักงานใหญ่ OPPO จากประเทศจีนมาครับ ทำให้พอรู้ว่ามันทำงานยังไง

TOF ถูกพัฒนามาจากแนวคิดที่ต้องการเพิ่มความสามารถในการจับวัตถุได้อย่างแม่นยำแบบระบบสแกนใบหน้า 3D structured light เพราะการจะนำระบบลำแสงอินฟราเรดสแกนใบหน้ามาใช้งานกับกล้องหลัง มันมีจุดอ่อนที่สำคัญอยู่ นั้นคือเรื่องของ “ระยะการใช้งาน”

เพราะระบบ 3D structured light อาศัยการยิงจุดแสง 15,000 จุดออกไปจับวัตถุ ต่อให้ยิ่งจุดแสงนับหมื่นออกไป แต่เมื่อวัตถุอยู่ในระยะที่ไกล ความหนาแน่นของจุดเหล่านั้นก็ยิ่งจะกระจายตัว ทำให้ผลที่เซนเซอร์จับกลับมาได้มีความคาดเคลื่อนสูง ฉะนั้นระยะการใช้งานที่เหมาะสมกับ 3D structured light คือภายในระยะไม่เกินครึ่งเมตรเท่านั้น

เกาะประเด็น:  มาเร็ว!! OPPO เตรียมเปิดตัว Reno 2 ซูม 20 เท่าในอินเดีย 28 สิงหาคม นี้

แล้ว OPPO ทำยังไงต่อ?

เขาก็แค่เปลี่ยนจากการยิงจุดแสงออกไป ให้กลายเป็นการยิงแผ่นแสงแทนนั้นเองครับ(พูดเหมือนง่าย ^^)  ยิงมันไปเป็นแผ่น คลุมทั่วทั้งระยะมอง สะท้อนสิ่งที่เจอกลับมายังเซนเซอร์กล้อง คำนวนความต่างของระยะสะท้อนกลับเพื่อแยกความตื้นลึกหนาบางและรูปทรง กว้าง x ยาว x ลึก แปลงมันให้เป็นข้อมูลแบบ 3D ส่งต่อให้ตัวซอฟท์แวร์กล้องทำงานต่อไป เรียกว่าเป็นต้นทุนข้อมูลที่กล้องสมาร์ทโฟนตัวอื่นๆ ไม่เคยมีมาก่อน

เพราะระบบ TOF ก็มีจุดเด่นและความสามารถที่เหมือน 3D structured light คือมันจับวัตถุพบได้แม้ในที่มืดหรือที่แสงน้อย จึงเป็นตัวช่วยสำคัญใน OPPO R17 Pro ที่โดดเด่นมากสำหรับการถ่ายภาพกลางคืน ทั้งการถ่ายวัตถุหรือบุคคลได้ดีแบบก้าวกระโดด

ผลลัพท์ก็อย่างที่เห็นครับ OPPO R17 Pro มาแรงแซงทุกรุ่นในการถ่ายภาพ โดยเฉพาะการถ่ายภาพกลางคืน และการจับภาพบุคคล คมกริบจริงๆ

[บทความ] มารู้จักเทคโนโลยี TOF ระบบกล้องสามตัวรูปแบบใหม่! จาก OPPO R17 Pro <<<

ตัวอย่างภาพถ่ายบางส่วนที่ได้มาจากการถ่ายของ OPPO R17 Pro

ภาพบุคคล ตัดฉากหลังทิ้งได้คมกริบด้วยการรับรู้บุคคลได้ชัดเจน

ภาพกลางคืนจับโฟกัสได้ดี ทั้งถ่ายภาพวิวและบุคคล รับรู้ใบหน้าแม้ในที่แสงน้อย

และไม่ใช่แค่พัฒนาด้านฮาร์ดแวร์ ในเรื่องของซอฟท์แวร์ทาง OPPO ในปีที่ผ่านมาก็โดดเด่นเช่นกันครับ โดยเฉพาะโหมด Ultra Night Mode ระบบใหม่ที่เข้ามาช่วยในการถ่ายภาพกลางคืนได้โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ทำออกมาได้ระดับสะเทือนวงการเลยครับ

รีวิวกล้อง OPPO R17 Pro <<<


อย่างที่เห็นกันครับ ปี 2018 กับ OPPO ทยอยยิงนวัตกรรมออกมาจนพรุนวงการไปหมดในปีเดียว โดยเฉพาะจากสองรุ่นไฮไลค์เด็ดอย่าง OPPO Find X เรือธงที่มาพร้อมความพรีเมี่ยมและนวัตกรรมการออกแบบซ่อนกล้อง Stealth 3D Cameras พร้อมการสแกนใบหน้า 3D structured light เครื่องแรกของ Android และระบบชาร์จไวมากที่สุดในโลก SuperVOOC Flash Charge ใน OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition

พร้อมส่งต่อความสามารถในการชาร์จไว SuperVOOC ไปยังน้องใหม่ OPPO R17 Pro ที่มากับเซนเซอร์กล้องล้ำยุค TOF ที่ถ่ายภาพได้สุดยอดทั้งกลางวันและกลางคืน รวมถึงการถ่ายภาพบุคคล

ยังไม่นับระบบซอฟท์แวร์ที่ถูกพัฒนามาควบคู่กันกับเทคโนโลยีตัวเครื่อง เช่นโหมดถ่ายภาพ Ultra Night Mode และระบบ AI ที่มีมาทั้ง AI การถ่ายภาพทั่วไป และระบบ AI Beauty สำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่บุคคล ที่ OPPO พัฒนามาได้ดีอย่างเสมอมา

และ AppDisqus เชื่อว่า ความร้อนแรงนี้จะไม่หยุดง่ายๆ ครับ สำหรับ OPPO เพราะล่าสุดก็มีข่าวการอัพเดทถึงเรื่องของมือถือที่รองรับ 5G ให้ได้เห็นกันไปแล้ว

ก็มาลุ้นมาติดตามคอยดูกัน กับเทคโนโลยีใหม่ๆ จากทาง OPPO ที่จะมาในปีหน้าครับ

สำหรับปีนี้ AppDisqus ยกให้เลย “แบรนด์นวัตกรรมยอดเยี่ยม แห่งปี 2018” ขอปรบมือให้ครับ ^^