พรีวิว Huawei P10 แกะกล่องลองใช้ มาดูกันว่าภายในมีอะไรมาให้เราบ้าง

มาถึงเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อย และจะเริ่มเปิดตัวกันอย่างเป็นทางการในวันนี้แล้วสำหรับ Huawei P10 สมาร์ทโฟนรุ่นแรงตัวใหม่ ที่จะมาต่อยอดความนิยมจากรุ่น P9 ที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมในปีที่ผ่านมาครับ ซึ่งทาง Huawei ประเทศไทย ได้นำเครื่อง Huawei P10 และ P10 Plus เข้ามาจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการทั้งสองรุ่นแต่ราคาและวันเปิดจำหน่ายนั้นจะเป็นวันที่เท่าไหร่ ต้องติดตามกันในงานเปิดตัวเย็นนี้ (16 มีนาคม) ซึ่งทาง Appdisqus จะรายงานให้ทราบกันอย่างแน่นอน

และเนื่องจากวันนี้เป็นวันที่ Huawei P10 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย ก็ถึงคราวที่เราจะเปิดกล่องโชว์เครื่องกันได้แล้วเช่นกัน

สำหรับบทความนี้ ผมจะพาเพื่อนๆ มาดูเจ้าตัว Huawei P10 กันก่อนนะครับ

สำหรับตัวเครื่อง Huawei P10 จุดที่แตกต่างเป็นอย่างแรกจากรุ่นเดิม ก็คือการเพิ่มปุ่มโฮมมาไว้ที่ด้านหน้าใต้จอภาพครับ เป็นได้ทั้งที่สแกนลายนิ้วมือและปุ่มควบคุม ซึ่งจากที่ได้ลองใช้งาน เจ้าปุ่มโฮมตัวนี้เป็นให้เราได้หลายอย่างครับ แตะสัมผัสเพื่อใช้เป็นปุ่มย้อนหลัง แตะค้างเพื่อเป็นปุ่มโฮม และสไลด์ไปด้านข้างเพื่อใช้เป็นปุ่ม Recent App หรือปุ่มเปิดแอพย้อนหลังนั้นเองครับ และในหน้าจอก็ยังคงมีปุ่มควบคุมหลักทั้งสามปุ่มให้ได้ใช้งานอยู่เช่นกันนะครับซึ่งแล้วแต่เราจะเลือกว่าต้องการใช้งานแบบไหนตามที่เราถนัดครับ

การจับสัมผัสและตำแหน่งการวางปุ่ม ต้องยอมรับตรงๆ ว่าให้ความรู้สึกมาคล้ายกับเครื่อง iPhone มากทีเดียวครับ ทั้งความโค้งมนและผิวสัมผัสของตัวเครื่อง แต่ยังไงก็เป็นงานประกอบที่ดี ดูแน่นหนา จับถือถนัดมือใช้ได้ครับ ตัวเครื่องที่ผมได้มาทดสอบใช้งานเป็นเครื่องสีดำ Graphite Black มีจุดเด่นคือการตัดแดงตรงบริเวณขอบปุ่มพาวเวอร์

หน้าจอขนาด 5.2 นิ้วความละเอียดยังคงใช้เป็นระดับ FullHD น่าจะถูกใจคนชอบเครื่องรุ่นใหญ่ไซด์เล็ก เพราะเจ้านี้ถือใช้งานมือเดียวได้แบบสบายมากๆ แต่ด้วยความที่ Huawei ตัดสินใจย้ายปุ่มโฮมมาไว้ด้านหน้า ทำให้เครื่อง P10 นั้นจะมีพื้นที่เหลือในส่วนบนล่างด้านหน้าเยอะพอสมควร และนี้คืออีกจุดหนึ่งที่ทำให้หน้าตาของมันไปคล้ายกับเครื่อง iPhone นั้นเองครับ

ตัวเสปคของ Huawei P10 จัดว่าเป็นเครื่องสเปคสูงมากครับ ใช้หน่วยประมวลผลของเขาเอง Kirin 960 ตัวแรง ทำงานร่วมกับแรมขนาด 4GB และหน่วยความจำภายใน 64GB ซึ่งตัวเครื่อง Huawei P10 เป็นรุ่นที่รองรับการทำงานสองซิมการ์ดแบบ Dual Standby เปิดใช้งาน 3G กับ 4G ได้ทั้งสองซิม (รองรับเทคโนโลยี 4×4 MIMO) แต่น่าเสียดายที่ซิมที่สองยังคงต้องเลือกใช้เป็นไฮปริด จะใส่เมมโมรีเพิ่มหรือจะใส่ซิมการ์ดต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งครับ

เห็นเจ้า Huawei P10 ตัวเล็กๆ บางๆ แบบนี้ แต่แบตเตอรี่ภายในใส่เข้ามาให้ถึง 3,200 mAh นะครับ (รองรับการชาร์จพลังงานแบบเร็ว)

ระบบการใช้งานภายในของ Huawei P10 มาพร้อมกับ EMUI 5.1 และ Android 7.0 ฉะนั้นมันยังไม่มีอะไรใหม่มากนักเมื่อเทียบกับรุ่นเรือธงเมื่อปีที่ผ่าน เน้นการเปลี่ยนแปลงทางด้านฮาร์ดแวร์ซะมากกว่าครับในรุ่นนี้

กล้องถ่ายภาพมีความพิเศษเพิ่มเติมเข้ามาโดยเฉพาะกล้องหน้า เพราะ Huawei ก็ให้ Leica เข้ามาดูแลการออกแบบกล้องหน้าให้ด้วยแล้วเช่นกัน ซึ่งกล้องถ่ายภาพด้านหน้าจะมีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซลและมีลูกเล่นละลายหลังเข้ามาให้ในโหมดการถ่ายภาพบุคคล แต่เป็นการใช้ซอฟท์แวร์จำลองขึ้นมาล้วนๆ ซึ่งต่างจากกล้องหลังพอสมควร จากเท่าที่ได้ลองเหมือนจะทำงานโดยการระบุโฟกัสจับใบหน้า และจำลองการเบลอฉากหลังรอบข้างลงเล็กน้อยเพื่อให้หน้าเราดูมีมิติและลอยออกจากฉากหลังมากขึ้นครับ แต่จะไม่สามารถตัดขอบใบหน้าของเราได้ชัดเจนเหมือนการถ่ายด้วยกล้องคู่ด้านหลังครับ รวมถึงระบบการเซลฟี่หลายบุคคล เมื่อกล้องตรวจพบใบหน้าบุคคลมากกว่าหนึ่ง จะมีการปรับองค์ประกอบภาพใหม่เพื่อจับโฟกัสใบหน้าคนอื่นๆ เข้าไปในภาพได้อย่างเหมาะสมอีกด้วยครับ

ส่วนกล้องหลังขยับขึ้นอีกเล็กน้อยโดยยังคงใช้ระบบเลนส์คู่อยู่เช่นเดิมครับ ซึ่งเลนส์ตัวแรกจะเป็นเลนส์ชนิดขาวดำขนาดความละเอียด 20 ล้านพิกเซลและอีกหนึ่งเลนส์เป็นเลนส์สี ทำงานอยู่ที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ออกแบบซอฟท์แวร์มาให้ทำงานคู่กัน สร้างภาพชัดลึกชัดตื้นได้ดั่งใจพร้อมระบบการถ่ายภาพบุคคลก็น่าจะยอดเยี่ยมอยู่เช่นเคยครับ เดี๋ยวได้ทดสอบกันเต็มๆ ในบทความรีวิว

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องของ Huawei P10 นั้น ไม่ค่อยมีอะไรมากครับ แต่ก็มีให้ครบ ^^ มีทั้งฟิล์มกันรอยซึ่งติดมาให้เราเรียบร้อยตั้งแต่เริ่ม สายดาต้า ที่ชาร์จไฟ และชุดหูฟัง รวมถึงเคสใสที่ใ่แล้วหน้าตาก็ดูดีไปอีกแบบครับ

คลิปแกะกล่อง Huawei P10

สำหรับราคาจำหน่ายของ Huawei P10 รุ่นแรม 4GB และหน่วยความจำ 64GB ในเมืองนอกประกาศราคาอยู่ที่ประมาณ 23,000 บาทไทย แต่ราคาในไทยนั้นจะประกาศออกมากันที่เท่าไหร่ ต้องติดตามกันในงานเปิดตัววันนี้ครับ และสำหรับบทความรีวิวแบบเต็มๆ สามารถติดตามได้ใน Appdisqus เช่นเคย จะปล่อยหลังจากปล่อยบทความพรีวิวนี้ไม่นานแน่นอนนะครับ



แสดงความคิดเห็น