iOS

[บทความแปล] iPad Pro อุปกรณ์แห่งอนาคต PC ของ Apple

คุณกำลังอ่าน
[บทความแปล] iPad Pro อุปกรณ์แห่งอนาคต PC ของ Apple


“iPad เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงเจตจำนงการพัฒนา PC ในอนาคตของ Apple ได้ชัดเจนที่สุด”

จากประโยคด้านบนที่กล่าวโดย CEO ของ Apple นั้นทำให้เราได้ทราบถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นกับ iPad ในงานอีเวนท์ของ Apple ที่จัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเลยครับ อย่างที่เราทราบกันดีว่าการมาของ iPad ตัวใหม่อย่าง iPad Pro นอกจากความใหญ่ที่มากขึ้นแล้ว มันยังมาพร้อมกับความบางและความเร็วที่มากขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆอีกด้วยครับ

โดยในงานเปิดตัวหลังจากที่ทางนาย Tim Cook ได้นำเจ้า iPad Pro มาแสดงบนเวที เขาก็ได้กล่าวออกมาว่าเจ้า iPad ตัวนี้จะเป็น PC หรือคอมพิวเตอร์ส่วนตัวในอนาคตครับ แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ามันจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นในหลายๆด้าน เราก็ยังไม่อาจแน่ใจได้ครับว่า iPad Pro ตัวนี้จะเหมาะกับการใช้งานของเราจริงๆหรือไม่

iPadPro_Lifestyle-Editing-PRINT-780x488

หลังจากที่เราได้พูดถึงในส่วนรูปลักษณ์เจ้า iPad Pro กันไปบ้างแล้ว เรามาดูในส่วนของซอฟท์แวร์กันบ้างดีกว่าครับ

จริงๆแล้ว iPad นั้นเป็นอะไรที่แตกต่างจากอุปกรณ์อื่นๆอย่างมากเลยนะครับหากว่าเราลองมองกันดีๆ เพราะหากเราพูดถึง Watch หรือนาฬิกาข้อมือ ยังไงมันก็ต้องเป็นนาฬิกาข้อมืออยู่วันยังค่ำ หรือหากว่าเราพูดถึงโทรศัพท์มือถือ มันก็ควรเป็นอะไรที่เราสามารถเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงได้ใช่ไหมล่ะครับ แต่เจ้า iPad กลับเป็นอะไรที่ไม่เหมือนใคร จะบอกว่าเป็นอุปกรณ์ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือพิมพ์ดีด แม้กระทั่งแผนที่ หรือใช้ในการทำงาน ออกแบบโครงสร้างต่างๆมันกลับสามารถเป็นได้หมดครับ ดังนั้นเราจะมองว่ามันเป็นเพียงแท็บเล็ตทั่วๆไปคงจะไม่ได้แล้วครับ เพราะมันค่อนข้างจะพิเศษมาก

iOS 9 เป็นกุญแจดอกสำคัญ

หลังจากที่ได้เริ่มทำการทดสอบ iOS 9 betas บอกเลยครับว่า iPad Pro ได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ในอนาคตของประวัติศาสตร์ Apple ไปเรียบร้อยแล้ว อย่างที่เราเห็นว่า Keynote หลักจะให้ความสำคัญกับฟีเจอร์ split-screen multitasking ที่จะใช้ร่วมกับ iPad ใน iOS 9 ครับ ซึ่งการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวนี้กับ iPad Air 2 ก็ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไรครับจากที่ผมได้ทดลองใช้ดู ซึ่งนั่นก็เป็น้้พราะยขนาดจอที่มีจำกัดแตกต่างกับ iPad Pro

อย่างเวลาที่เราใช้งานแอพ 2 แอพพร้อมกัน ด้วยการแบ่งหน้าจอเป็น 50-50 ใน iPad Air 2 แต่ละแอพจะมีหน้าตาคล้ายกับการที่เราใช้งานแอพใน iPhone เลยครับ พูดง่ายๆว่าหากมีหน้าจอที่เล็ก การแสดงผลด้วยการแบ่งหน้าจอก็จะยิ่งเล็กตามลงไป ถึงมันจะมีหน้าตาออกมาใหญ่กว่า iPhone บ้างก็ตามที แต่การใช้งานเปรียบเสมือนกับเรากำลังใช้งานแอพใน iPhone เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นแอพอะไรก็ตามแต่

แตกต่างกับการใช้งานด้วย iPad Pro ที่หลังจากการแบ่งหน้าจอแล้ว เรายังสามารถใช้งานแอพต่างๆได้เหมือนกับการใช้งานแอพ iPad อยู่ ส่วนตัวแล้วทำให้เราเริ่มมองว่าการใช้ iOS ก่อนหน้านี้เป็นอะไรที่ไม่ดีเท่ากับตอนนี้จริงๆครับ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาก่อนหน้านี้ไม่นานก็ตาม อย่างพวก iOS 7 และ iOS 8 นั่นแหละครับ

ซึ่งการมาของ iOS 9 ทำให้เราใช้มันในการทำงานได้อย่างสะดวกและง่ายดายขึ้นอย่างมาก ช่วยลดขั้นตอนต่างๆที่เราเคยใช้กันใน iOS 7 และ iOS 8 ไปได้เยอะทีเดียว นอกจากนี้การทำงานของ iOS 9 ยังเป็นไปอย่างราบรื่นกว่าที่ผ่านมา แต่อาจจะไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่ามันสามารถทำหน้าที่แทนคอมพิวเตอร์ได้ทุกอย่างครับ

ผมมองแบบนี้เลยครับว่าฟีเจอร์อย่าง split-screen multitasking และคีย์บอร์ดที่มีขนาดเท่าของจริงนั้นเป็นฟีเจอร์ที่จะทำให้เจ้า iPad Pro กลายเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมอย่างมากแน่ๆ

มุมของ Microsoft

เป็นเวลา 5 ปีมาแล้วครับที่ผมรู้สึกว่าการทำงานด้วย iPad เป็นอะไรที่เจ๋งที่สุดแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ตัวผมเองเคยมีโอกาสได้ลองใช้ทั้ง Macs และ Chromebooks มาก่อน แต่การใช้งาน iPad กลับเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ผมได้มากที่สุด และก็ถือว่าเป็นข่าวดีมากๆที่ในที่สุด Apple ก็มีวิสัยทัศน์เดียวกับนาย Steve Jobs คือการมองว่า iPad จะกลายเป็นอนาคตของบริษัท

เกาะประเด็น  Samsung เปิดตัวแท็บเล็ตราคาประหยัด Galaxy Tab J จอ 7 นิ้ว แบต 4,000 mAh เคาะราคาเริ่มต้น 6,4xx บาท

ซึ่งหากเป็นไปได้ผมอยากให้ Microsoft Surface เป็นอุปกรณ์ที่ไม่ได้ปล่อยออกมาโดย Microsoft ครับ หรือไม่ได้ใช้ซอฟท์แวร์ของ Microsoft สิ่งที่ผมต้องการคืออยากให้ Apple ทำอะไรที่เหมือนกับ Surface นั่นเองครับ แต่ผมก็ไม่ได้หมายความว่าให้ Apple จับเอา Mac OS X ใส่เข้าไปในแท็บเล็ตนะครับ ที่ผมหมายถึงคือผมต้องการให้ iPad สามารถทำงานได้เหมือนกับคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปเลย โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องอื่นอีก

คำถามเรื่องราคา

สำหรับราคาของ iPad Pro นั้นต้องยอมรับเลยว่ามันไม่ใช่อุปกรณ์ที่มีราคาถูก เพราะมันเริ่มต้นที่ 799$ และไปจนถึง 1049$ เลยทีเดียว ซึ่งนั่นถือว่าแพงเอาการอยู่ และหากว่าจะนำมาใช้ในการทำงานจริงๆเราก็ควรไปมองที่ตัว iPad Pro 128GB ที่มีราคาตั้งแต่ 949$ ในเวอร์ชั่น Wifi และ 1049$ ในเวอร์ชั่น LTE ครับ ซึ่งจะเห็นว่าราคาพอๆกับ Macs เลย

11″ MacBook Air (1.6GHz/4GB/128GB) – 899$
11″ MacBook Air (1.6GHz/4GB/256GB) – 1,099$
13″ MacBook Air (1.6GHz/4GB/128GB) – 999$
13″ Retina MacBook Pro และ 12″ MacBook เริ่มต้นที่ 1,299$

และตอนนี้ทาง Apple ก็ไม่ได้ออกมาประกาศนะครับว่า iPad Pro จะเข้ามาแทนที่แล็พท็อปของเราได้ ซึ่งแตกต่างจาก Microsoft ที่บอกว่า Surface คืออะไรที่สามารถแทนที่แลพท็อปได้ (อันที่จริงมันเป็นแล็พท็อปนั่นแหละครับ) เพราะ Apple น่าจะทราบดีครับว่าการมาของ iOS 9 ก็จะยังไม่สามารถทำ iPad เทียบเท่ากับแล็พท็อปได้นั่นเองครับ

ซึ่งหากมองเริ่องความจำเป็นของคนทั่วๆไป ผมเชื่อว่าผู้ใช้อาจจะเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่าครับ ระหว่าง iPad Pro และ Mac แต่หากถามว่า iPad Pro จะตอบโจทย์ผู้ใช้ได้มากแค่ไหน ตรงจุดนี้ผมมองว่ามันเพียงพออยู่นะครับ เพราะด้วย iOS ตัวใหม่ก็ไม่ได้ทำให้ iPad Pro ด้อยไปกว่าการใช้แล็พท็อปเท่าไรเลยครับ

iPad Pro เหมาะกับใคร

จริงๆแล้วมันเหมาะกับใครหลายๆคนนะครับ เพราะด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นและ Apple Pencil นั้นทำให้เจ้า iPad Pro สามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เคยเป็นมา โดยเฉพาะในส่วนของการทำงาน แต่อย่างที่เรียนไว้ข้างต้นครับว่ามันยังไม่เหมาะจะเข้ามาแทนที่แล็พท็อปได้ซะทีเดียว ดังนั้นหากใครที่เคยใช้แล็พท็อปมาหลายปีแล้ว iPad Pro อาจจะยังไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์

แต่สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มใช้หรืออยากจะเปลี่ยนแนวบ้าง ผมถึอว่าเป็นเครื่องที่เหมาะมากๆเลยครับ เพราะนอกจากที่เราจะได้มาซึ่งความสะดวกสบายแล้ว มันยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้เราได้ดีทีเดียว ยิ่งมองถึงการเติบโตที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้วยิ่งรู้สึกว่าน่าสนใจมากๆเลยครับ ลองจินตนาการดูว่า iPad Pro ในปี 2020 จะสามารถทำอะไรได้บ้าง ก็น่าจะพอเป็นตัวอย่างที่ดีในการช่วยตัดสินใจได้แล้วครับ

 

 

 

 

 

 

ที่มา : cultofmac