คุณกำลังอ่าน
[ชวนคุยยามเช้า] แนะนำ 5 ภาพยนตร์ไซไฟที่คุณอาจจะไม่เคยดู!!! (ไม่สปอยล์)

[ชวนคุยยามเช้า] แนะนำ 5 ภาพยนตร์ไซไฟที่คุณอาจจะไม่เคยดู!!! (ไม่สปอยล์)

AppDisqus Team

สวัสดีเช้าวันอังคาร ผมนาย Joker จะมารับหน้าที่เขียนบทความ “ชวนคุยยามเช้า” ให้อ่านกันวันนี้ผมจะมาเขียนเรื่อง แนะนำ 5 ภาพยนตร์ภาพยนตร์ไซไฟที่คุณอาจจะไม่เคยดู!!! (ไม่สปอยล์) ผมจะมาแนะนำภาพยนตร์ไซไฟซึ่งเหมาะกับเพื่อนๆ AppDisqus ที่รักในเทคโนโลยีซึ่ง 5 เรื่องที่จะแนะนำต่อไปนี้หลายๆคนน่าจะพลาดไม่เคยชม เพราะมันไม่ใช่ภาพยนต์กระแสหลักการที่จะพลาดรับชมไปก็ไม่น่าแปลก เอาเป็นว่าอ่านจบแล้วเรามาคุยกันครับว่าเพื่อนๆจะชอบเหมือนกับผมหรือเปล่า และเคยดูกันครบทุกหรือหรือไม่นะครับ^__^

สำหรับภาพยนตร์ไซไฟนั้นจะสามรถแบ่งออกเป็น 3 จำพวกใหญ่ๆได้แก่ Hard Sci-Fi นั่นก็คือภาพยนตร์ที่เน้นหนักในเรื่องทฤษฏีเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์อย่างสมจริง, Soft Sci-Fi จะมีเรื่องของทฤษฏีเข้ามาประกอบกับความแฟนตาซี ไม่เข้มงวดเท่ากับแบบ Hard Sci-Fi แต่ก็ไม่หลุดโลกจนดูไม่น่าเชื่อถือ และสุดท้าย Fantasy ตามชื่อเลยครับไม่เน้นในเรื่องทฤษฏีใดๆทั้งสิ้น แต่จะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ หรือเทคโนโลยี รวมทั้งอวกาศ หรืออื่นๆ เรามาเริ่มที่อันดับที่ 5 ไล่ไปจนถึงอันดับ 1 กันครับ

อันดับที่ 5 : Dark City (1998) : Soft Sci-Fi

เป็นภาพยนต์ที่ผมได้ดูเมื่อสมัยยังเรียนอยู่เลยครับ เป็นหนังเล็กๆแต่กระแสดีมาก มีบางคนยกย่องว่ามันยอดเยี่ยมกว่า The Matrix ที่ฉายในช่วงเวลาเดียวกันอีกนะครับ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับชายคนหนึ่งตื่นขึ้นมาในโรงแรมโทรมๆ โดยไม่สามารถจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นและตัวเองเป็นใคร แถมยังถูกสงสัยว่าจะเป็นฆาตกรต่อเนื่อง และยิ่งเดินเรื่องไปยิ่งแปลกประหลาด แนวคิดของภาพยนตร์เรื่องนี้ดูซับซ้อน และมีความเป็นต้นแบบสูงมาก จนภาพยนตร์และเกมหลังจากนั้นเดิมตามอย่าง โทนหนังและดีไซน์ต่างดูเท่มากๆ ดูหม่นๆมืดๆ และสอดคล้องกับแนวคิดหลักของภาพยนต์เรื่องนี้มากๆ โดยส่วนตัวผมชอบมากนะครับ แนะนำว่าควรหามาชมเป็นอย่างยิ่ง

342558

Look-Into-My-Eyes

อันดับที่ 4 : Prometheus (2012) : Soft Sci-Fi

เป็นภาพยนต์ที่ตอนแรกผมนึกว่าจะมีภาคต่ออกมาอย่างรวดเร็ววะอีกนะครับ ที่ไหนได้เงียบหายไปเลย บางคนอาจจะบอกว่า Prometheus เนี่ยนะ! แต่ส่วนตัวผมว่ามันแจ๋วมากนะครับถ้าเป็นแฟนหนัง Alien ผมเชื่อว่าต้องรักหนังเรื่องนี้แน่นอน โดยเนื้อเรื่องของ Prometheus จะเป็นเนื้อเรื่องที่เกิดก่อนใน Alien นั่นคือตัวหนังจะบอกว่า Alien เกิดมาจากอะไรและยังไง? หนังมีทิ้งปริศนาใว้มากมายทั้งเรื่องของเหลวสีดำที่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิต และทำไม Engineer ถึงต้องการทำลายล้างมนุษย์ที่ตัวเองสร้างขึ้นมาถึงขนาดยอมเสียสละชีวิต และทำไม Engineer ถึงโดนโจมตีจากสายพันธุ์ปริศนา? รวมทั้งคำถามต่างๆมากมายที่ยงไม่มีคำตอบ (ผมบอกมากไม่ได้มันจะกลายเป็นสปอยล์นะครับ)

และในภาคหน้ามีการคาดหวังว่าน่าจะได้เห็นโลกของเหล่า Engineer และพวกเขาอาจจะมีแนวคิดที่เปลี่ยนไป เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นบนดาวในภาคแรกมันผ่านมานานมากแล้ว ช่วงเวลานั้นถ้าเขาอยากทำลายมนุษย์ทำไมไม่ทำซะละหรือมีเหตุผลอื่นที่ทำไม่ได้ อันนี้ต้องรอดูกันละครับ ส่วนตัวผมว่า Prometheus เป็นหนังที่เปิดเนื้อเรื่องใหม่ของจักรวาล Alien ให้กว้างไกลยิ่งขึ้นและเป็นเส้นทางเนื้อเรื่องใหม่ที่สามารถต่อยอด ไปได้อีกเยอะเลยครับ รอชมภาคต่อด้วยใจระทึก

Prometheus-7

Prometheus-Engineer-Sacrifice-Beach

อันดับที่ 3 : Attack the Block (2011) : Fantasy

Attack the Block เป็นหนังแนวเอเลี่ยนบุกโลกพล็อตเชยๆ แต่ทั้งบท และรายละเอียดโดดเด่นมากครับ กลุ่มตัวเอกเป็นเด็กวัยรุ่นอันตพาลเหลือขอ (ออกแนวโจรเลยละ) หนังเปิดเรื่องมาก็ปล้นชาวบ้านซะแล้ว แมนจริงๆ…..รุนแรงจนน่าหมั่นใส้เลยละฮะทำตัวได้ชั่วมาก555 หลังจากก่อเรื่องชั่วๆแล้วอยู่ดีๆก็เห็นดาวตกลงมา จากนั้นก็เจอสิ่งมีชีวิตประหลาดคล้ายๆลิง พวกเด็กเวรนี่ก็ไปซัดมันจนตาย จนผมรู้สึกว่าพวกเด็กนรกเหล่านี้มันสมควรตายหมู่สุดๆเลย หลังจากนั้นก็มีดาวตกมาอีกเพียบแต่ไม่ใช่ตัวเล็กๆอีกแล้ว แต่มันเป็นกองทัพมนุษย์ต่างดาวร่างยักษ์สีดำขนรุงรังฟันเปร่งแสงในที่มืด (ออกแบบได้สุดยอดครับ) เจ้าพวกเด็กชั่วก็เลยต้องต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเองและเมืองเอาใว้

จากนั้นก็เดินเรื่องเข้มข้นและสนุกเกินคาดจริงๆ มีปมจิกกัดเรื่องสีผิว และวิจารณ์สังคมได้อย่างมีสีสัน ตัวเอเลี่ยนออกแบบได้เจ๋งมาก และน่าจดจำ (แถมออกแนวเป็นเชิงวิจารณ์สังคมได้อย่างน่าสนใจ) เทคนิคพิเศษในเรื่องทำได้เยี่ยมมากเนียนตา ฉากต่างดูมีรายละเอียด และสร้างสรรค์ บทก็เข้มข้นเร้าใจครับ ดูสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ ผมให้เป็นหนังเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวที่สนุกมากๆอีกเรื่องเลย ใครยังไม่เคยดูแนะนำว่าควรรีบหามาดูด่วน (ผมว่าพระเอกนี่เท่ดีนะ หน้าตาน้องคนนี้คล้ายเดนเซล วอชิงตันเลยแหะ)

maxresdefault

attack-the-block-53e640ac70843

อันดับที่ 2 : Rare Exports : A Christmas Tale (2010) : Fantasy

หนังฟินแลนด์เรื่องนี้พูดถึงซานตาครอสในอีกแบบที่เราไม่คุ้นเคย เป็นตำนานที่เกี่ยวกับซานตาครอสที่โหดร้ายน่ากลัว เรื่องเริ่มตรงการค้นพบสุสานขนาดยักษ์บนภูเขา
จากนั้นก็เกิดเหตุการประหลาดทั้งฝูงกวางโดนฆ่า เด็กโดนลักพาตัว และตาลุงไปติดกับดักหมาป่า! เต็มไปด้วยฉากที่แปลกแยก และการเล่าเรื่องที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

ตัวหนังเองทำได้สนุกไม่เลว เดินเรื่องน่าสนใจทำให้เราสงสัยและตื่นเต้น แต่ช่วงท้ายเรื่องผมว่ากลายเป็นนิทานเด็กไปซะงั้น ฉากโหดแบบเบาๆที่ใส่มาตลอดเรื่องเลยดูไม่ค่อยเข้ากันนัก แต่ก็เป็นหนังที่มีไอเดียน่าสนใจดีครับซึ่งผมว่าจิตนาการเปี่ยมอารมณ์ขันร้ายๆและงานภาพที่ออกมามันดูเปี่ยมเสน่ห์จริงๆครับ

คัดมาเพื่อคุณ

2010_rare_exports_a_christmas_tale_005

safe_christmas_rare_exports

อันดับที่ 1 : 2001 A Space Odyssey (1968) : Hard Sci-Fi

เป็นผลงานที่ดีที่สุดของ Stanley Kubrick สุดยอดผู้กำกับที่หาใครเทียบได้ยาก เป็นอัจฉริยะ และเป็น Perfectionist ในโลกภาพยนตร์ ตัวภาพยนตร์ดำเนินเรื่องอย่างช้าๆและเน้นในเรื่องทฤษฏีเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์อย่างสมจริงเต็มเปี่ยม และแฝงไปด้วย Symbolic ตลอดทั้งเรื่อง และที่น่าทึ่งมากๆคือแม้ว่าจะผ่านมานานถึง 47 ปีแล้วแต่ 2001 A Space Odyssey กลับยังคงดูทันสมัยไม่แพ้ภาพยนตร์ในปัจจุบันเลย ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ควรได้ดูซักครั้งก่อนตายอย่างแท้จริงครับ

2001_7

1398475088-2001ASpace-o

เป็นยังไงครับภาพยนตร์ทั้ง 5 เรื่องที่ผมเอามาฝากเพื่อนๆเคยได้ดุกันครบทุกเรื่องหรือเปล่า หวังว่าจะชอบกันนะครับ อยากให้ไปลองมาดูกันจริงๆ สนุกทุกเรื่องเลยครับ ใว้เจอกันวันอังคารหน้าในบทความ “ชวนคุยยามเช้า” มาลุ้นกันครับว่าผมจะเขียนอะไรมาฝากกัน ใว้เจอกันนะครับ^^

View Comments (0)

Leave a Reply